ต้องการเกษียณอย่างสุขสบาย ไม่ใช่แค่ผลตอบแทนจากการลงทุน แต่ต้องมีการวางแผนการเงินที่ดีด้วย
ครั้งที่แล้วผมได้พูดถึงการลงทุนในหุ้น ว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญ ในขณะที่หลายๆ คนยังไม่เข้าใจ และยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไปในชีวิต จนไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ซึ่งผมก็ได้เรียนให้ทราบแล้วว่าการลงทุนในหุ้นนั้นสามารถทำได้ 2 วิธี คือ Active Investment คือลงทุนเองโดยตรง และ Passive Investment ลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารทุน
ที่ผมคิดว่ามันจำเป็นสำหรับคนทุกคน เพราะการลงทุนในหุ้นช่วยให้เราสามารถชนะเงินเฟ้อ และบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างที่เราต้องการ วันนี้ผมจะยกตัวอย่างการวางแผนเกษียณ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนทุกคนต้องมี
หลายๆ ครั้งผมถามคนหลายๆ คนว่า ต้องการเกษียณอย่างสุขสบายไหม ทุกๆ คนตอบเหมือนกันหมดว่า ใช่ครับ/ค่ะ ผม/ฉัน ต้องการเกษียณอย่างสุขสบาย คำถามต่อมาคือ แล้วคุณทราบไหมครับว่าถ้าอยากเกษียณอย่างสบาย คุณต้องมีเงินประมาณเท่าไหร่ ถึงตอนนี้หลายๆ คน เริ่มเงียบเพราะไม่เคยคิดเลยไม่มีคำตอบ หลายๆ คนตอบว่า มีเยอะที่สุดเท่าที่จะมีได้ ผมบอกพวกเขาว่า ไม่ใช่เยอะที่สุด แต่ต้องเป็น "น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นต้องมีต่างหาก" คือน้อยกว่านี้ไม่ได้ น้อยกว่านี้จะลำบากนั่นคือตัวเลขที่ทุกคนต้องมีในใจครับ ซึ่งแต่ละคนจะไม่เท่ากันตามแต่รูปแบบการใช้ชีวิต (lifestyle) ของแต่ละคน
เรามายกตัวอย่างกันดูนะครับ คุณเอ๊กซ์ อายุ 30 ปี ปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายส่วนตัว 20,000 บาทต่อเดือน คาดว่าจะเกษียณอายุ 60 ปี และจะมีชีวิตไปจนถึงอายุ 85 ปี คาดว่าเกษียณแล้วต้องการใช้เงินเท่ากับมูลค่าในปัจจุบันคือ 20,000 บาทต่อเดือน
คุณเอ๊กซ์ต้องการใช้เงินเท่าไหร่เมื่อตอนเกษียณ??
เชื่อไหมครับ ถ้าเงินเฟ้อ 4% ต่อปี คุณเอ๊กซ์ต้องใช้เงินเดือนละ 65,000 บาท ในเวลานั้น และต้องใช้ไปอีก 25 ปี ถ้าคุณเอ๊กซ์ หาผลตอบแทนได้ 6% คุณเอ๊กซ์ต้องมีเงินเก็บตอนเกษียณประมาณ 15,367,000 บาท บร๊ะเจ้า!!! (เงินก้อนนี้จะใช้หมดไปเหลือ 0 บาท เมื่อคุณเอ๊กซ์อายุ 85 ปี)
ถ้าวันนี้คุณเอ๊กซ์มีรายได้ เดือนละ 25,000 บาท คุณเอ๊กซ์จะสามารถเก็บเงินได้เดือนละ 5,000 บาท ซึ่งต้องได้รับผลตอบแทนที่ 11.17% ต่อปี จึงจะบรรลุเป้าหมายเรื่องการเกษียณได้ แล้วจะไปหาผลตอบแทนจากไหนล่ะครับ ปีละ 11% กว่าๆ เนี่ย
ถูกต้องละครับ คำตอบคือตลาดหลักทรัพย์ครับ ตลาดหลักทรัพย์สามารถให้ผลตอบแทนในระยะยาวได้ประมาณ 12% ถ้าคุณเอ๊กซ์สามารถออมเพิ่มได้เมื่อมีรายได้มากขึ้น เช่นเพิ่มปีละ 5% ดังนั้นคุณเอ๊กซ์ก็อาจแบ่งเงินบางส่วนลงทุนในหุ้นได้ ไม่ต้องลงทุนในหุ้นทั้งหมด เพราะผลตอบแทนหลังจากเพิ่มจำนวนเงินในการออมแล้ว ก็ยังต้องหาผลตอบแทนให้ได้ประมาณ 7% ซึ่งคงหาไม่ได้จากตราสารหนี้ หรือพันธบัตร หรือเงินฝากธนาคารแน่ๆ ครับ
สำหรับผู้ที่เกษียณอายุแล้ว ยังต้องพิจารณาด้วยว่าเงินกองทุนเกษียณที่เรามีนั้น จะลดน้อยด้อยค่าลงในระยะยาวหรือไม่ จากเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น เช่น คุณอุษา อายุ 55 ปี มีเงินกองทุนเกษียณ 8 ล้านบาท สามารถหาผลตอบแทนได้ 3% และหวังจะใช้ดอกผลนี้ไว้เลี้ยงดูตนเองยามชรา หากคุณอุษามีค่าใช้จ่ายเดือนละ 25,000 บาท ในช่วงปีแรกๆ ของการเกษียณ คุณอุษาจะมีความสุขมากครับ ยังเอ็นจอยไลฟ์ได้เพราะมีเงินก้อนอยู่
แต่หากอัตราเงินเฟ้อ 4% เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี ดอกผลเงินเกษียณของคุณอุษาอย่างเดียวจะเริ่มไม่พอใช้ เพราะค่าใช้จ่ายจากเดือนละ 25,000 บาทจะเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 37,000 บาท ดังนั้นคุณอุษาจะต้องถอนเงินต้นมาใช้ด้วย ซึ่งหากทิ้งไว้ต่อๆ ไป เงินเกษียณก้อนนี้จะหมดลงในที่สุด หากคุณอุษามีชีวิตที่ยืนยาว คงนึกภาพออกนะครับว่าบั้นปลายชีวิตจะเป็นเช่นไร อาจจะต้องมาคิดว่าเงินที่เหลืออยู่กับชีวิต อยากให้อะไรหมดลงก่อนกัน ฟังแล้วก็ฮาดีนะครับ แต่ถ้าเป็นชีวิตจริงคงฮาไม่ออก ดังนั้นการแบ่งเงินกองทุนเพื่อการเกษียณส่วนหนึ่งไว้ในหุ้น จึงเป็นการรักษาสถานะเงินต้นให้คงอยู่ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ได้เป็นเรื่องที่เราให้ความสนใจมากที่สุด แต่เป็นเป้าหมายของเราต่างหาก ที่เราต้องให้ความสนใจมากกว่า หากไม่มีความจำเป็นต้องได้ผลตอบแทนสูงมากๆ เช่นนี้ ก็อาจจะลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นให้น้อยลงได้ ตามความเสี่ยงที่เรารับได้ เพราะการวางแผนการเงินที่ดี ต้องนำมาซึ่งความมั่งคั่ง และความมั่นคงควบคู่กันไปครับ
วันนี้คุณได้ตรวจสอบแผนการเกษียณของคุณหรือยังครับ









