เล่นสั้น เก็งกำไร
Market Outlook
คาดดัชนีฯ ผันผวน กรอบ 1300-1320จุด การเมืองนิ่ง แนะนำ เก็งกำไรหุ้น High Dividend Yield หุ้นบลูชิพ
คาดดัชนีฯ ผันผวน กรอบ 1300-1320 จุด หลังข่าวบวกจากปัจจัยต่างประเทศ เฟดอาจไม่เร่งลดขนาด QE และไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยฯ รับรู้ไปในราคาหุ้นเป็นส่วนใหญ่แล้ว ส่วนปัจจัยการเมืองในประเทศ ส่อเค้ายืดเยื้อต่อไป หลังศาลรธน.มีคำวินิจฉัยไม่รับคำร้อง กรณีการเลือกตั้งเป็นโมฆะของพรรคปชป. และกรณีเพื่อไทยขอให้ศาลออกคำสั่งให้กปปส. อย่าขวางการเลือกตั้ง ส่วนสุดสัปดาห์นี้ จับตาการนัดชุมนุมใหญ่ของ กปปส 14-16 ก.พ. แต่คาดไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรง คาดวันนี้ตลาดหุ้นไทยจะจับตา สัญญาณเทคนิคว่าจะยืนเหนือระดับ 1300 จุดได้หรือไม่ หลังวานนี้ปรับขึ้นมาได้เป็นวันแรกและรอลุ้นตัวเลข 4Q56F GDP เช้าวันจันทร์ แนะเก็งกำไรบริเวณแนวรับจิตวิทยา 1300-1305 จุด เน้นหุ้นบลูชิพ และหุ้นปันผลสูง TICON SIRIDELTA SC PS LPN STEC MAJOR QH KKP MCOT (ดูตารางข้างล่าง)
ปัจจัยต่างประเทศ : ตลาดต่างประเทศพักตัวหลักจากรีบาวด์แรง วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดคละโดยรวมเป็นการแกว่งในกรอบแคบๆ หลังจากที่รีบาวด์ได้ดีในช่วงก่อนหน้า และเป็นการขึ้นติดกัน 4 วันสูงสุดในปีนี้ แต่ตลาดถูกกดดันจากหุ้นใหญ่อย่าง P&G และ Amezon ที่ถูกปรับคาดการณ์กำไรลง
วานนี้ MSCI ประกาศรีวิวหุ้นที่ใช้ในการคำนวณดัชนี MSCI Global Standard Index โดยมีหุ้นที่เพิ่มเข้า 6 หลักทรัพย์ เป็นของประเทศ ญี่ปุ่น (1) จีน (2) อังกฤษ (2) และแคนาดา (1) ไม่มีของไทย และมีหุ้นที่ถูกถอดออก 4 หลักทรัพย์ เป็นของ ญี่ปุ่น (1) และอินเดีย (3) ส่วนดัชนี MSCI Global Smal Cap Index มีหุ้นที่เพิ่มเข้า 1 หลักทรัพย์ เป็นของญี่ปุ่น (1) และหุ้นที่ถูกถอดออก 14 หลักทรัพย์ เป็นของ ออสเตรเลีย (1) ญี่ปุ่น (1) สิงคโปร์ (1) มาเลเซีย (2) อินโดนีเซีย (2) ไต้หวัน (1) จีน (3) อังกฤษ (1) บราซิล (1) และไทย (1) หุ้นไทยที่ถูกถอดออกคือ OISHI
โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ จะเริ่มใช้ราคาปิดตลาดตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. และการรีวิวครั้งถัดไปจะมีในวันที่ 14 พ.ค.(Semi-annual index review)








