วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Auto Sector - Underweight

กำไรลดลงต่อเนื่อง และ ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัว

ยอดผลิตรถยนต์ต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 หดตัวต่อเนื่องหลังสิ้นสุดแรงกระตุ้นจากโครงการรถคันแรก โดยยอดผลิตรถยนต์ลดลงต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส อยู่ที่ 5.3 แสนคัน ลดลง 11% QoQ และ 28% YoY แม้ว่าจะมีงานมอเตอร์เอ็กซ์โปซึ่งปกติแล้วจะช่วยกระตุ้นยอดขายเป็นอย่างดี แต่ครั้งนี้ไม่สามารถพยุงตลาดรถยนต์กลับมาคึกคักมากนักทำให้มียอดขายรถยนต์ช่วง 4Q56 เพียง 2.9 แสนคัน ลดลง 1% QoQ และ 33% YoY ขณะที่ภาคส่งออกซึ่งเป็นความหวังหดตัวเช่นเดียวกันอยู่ที่ 2.8 แสนคัน ลดลง 8% QoQ และ 1% YoY

คาดกำไรปกติชะลอตัวมาก
เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจปกติงวด 4Q56 ของบริษัทในกลุ่ม Auto ที่เราศึกษาที่เหลืออีก 3 บริษัท จะหดตัวลงในทิศทางเดียวกันกับยอดผลิตรถยนต์ และเป็นไตรมาสที่แย่ที่สุดของปี 2556 เราคาดกำไร (ปกติ) ของกลุ่ม Auto จะลดลง 16% QoQ และ 31% YoY โดย AH มีความเสี่ยงที่กำไรจะลดลงแรงมากที่สุดเนื่องจากมีอัตราการทำกำไรต่ำแต่มีค่าใช้จ่ายคงที่สูง TKT คาดว่าจะมีกำไรฟื้นตัวเนื่องจากการส่งมอบงานแม่พิมพ์จำนวนมาก SAT จะโดดเด่นจากการบันทึกรายการพิเศษทำให้กำไรสุทธิเติบโตกว่าเท่าตัว (แต่กำไรปกติหดตัวเช่นเดียวกัน) ส่วน STANLY เป็นบริษัทแรกในกลุ่มฯ ที่ประกาศผลประกอบการแล้วมีกำไรสุทธิลดลง 7% QoQ และ 22% YoY

บรรยากาศอุตสาหกรรมยังอึมครึม
แม้ปัญหารถยนต์ค้างสต็อกจะคลี่คลายลง (ช่วง 5 เดือนสุดท้ายของปี 2556 ระบายรถไปได้กว่า 7 หมื่นคันจากยอดค้างสต็อก ณ สิ้นเดือน ก.ค. 56 ราว 9 หมื่นคัน) จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดรถยนต์ในประเทศ แต่อย่างไรก็ดี ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน ยังเป็นตัวบ่อนทำลายตลาดรถยนต์ในประเทศอย่างต่อเนื่อง สมาคมหอการค้าญี่ปุ่นรายงานว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศเดือน ม.ค. 57 อยู่ที่เพียง 6.9 หมื่นคัน ลดลง 36% MoM และ 45% YoY และมีแนวโน้มว่าจะย่ำแย่ต่อเนื่องหากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศยังไม่คลี่คลาย ขณะที่ภาคส่งออกตัวความหวังก็ยังคงไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าจะเติบโตมาช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยฟื้นตัวได้ ทำให้เราคาดว่ายอดผลิตรถยนต์ปี 2557 จะอยู่ที่เพียง 2.28 ล้านคัน ลดลง 7% YoY

ราคาหุ้นลดลงสะท้อน แต่ยังไม่น่าสนใจ
แม้ว่าดัชนีราคาหุ้นกลุ่ม Auto จะปรับตัวลงมาแล้วกว่า 29% จากจุดสูงสุดของปี 2556 สะท้อนการหดตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นของ 4 บริษัทกลุ่ม Auto ที่เราศึกษายังสูงกว่ามูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E Ratio) ที่ 10 เท่า ซึ่งเป็นระดับปกติของการซื้อขายหุ้นกลุ่ม Auto และเรายังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของยอดผลิตรถยนต์ เราจึงยังคงให้น้ำหนัก “Underweight” ทั้งนี้ เรามีการเปลี่ยนคำแนะนำหุ้น SAT จาก “ถือ” เป็น “ขาย” เนื่องจากราคาหุ้นเพิ่มขึ้นสูงกว่ามูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินจากการเก็งกำไรงบ 4Q56 ที่คาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตโดดเด่นเนื่องจากการบันทึกรายการพิเศษ