วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SOLARราศีจับ โบรกฯแนะซื้อชี้เป้า6.40บ.

SOLAR ราศีจับ โบรกฯ แนะซื้อ หลังผลงานเริ่มฟื้นตัว พร้อมคาดกำไรปี 57 เพิ่มขึ้น 58% และรายได้แตะ 1.86 พันลบ. ชี้ราคาเป้าหมาย 6.40 บาท

บล.คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้นของบริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) หรือ SOLAR โดยระบุว่ารายได้ในปี 2557 ของ SOLAR จะอยู่ที่ ประมาณ 1,800 ล้านบาท

เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะได้รับผลดีจากการเริ่มสายการผลิตระบบเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดกำลังการผลิต 70 เมกะวัตต์ ที่เริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ไปแล้ว ประกอบกับรับรู้รายได้จากโครงการบางจาก Phase 3 สร้างการขยายตัวของกำไรให้เพิ่มขึ้นมาที่ 198 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น EPS ที่ 0.40 บาทต่อหุ้น (ไม่รวมการเพิ่มทุนใหม่)

ส่วนในระยะยาวประเมินว่าความต้องการพลังงานจากแหล่งพลังงานทดแทนมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากความคุ้มค่าในการลงทุนที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะที่การลงทุนจากไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลดลง จึงประเมินมูลค่าเหมาะสมของ SOLAR ด้วยวิธี PER ที่ 16 เท่า อ้างอิงจากกรอบการเคลื่อนไหวของราคาในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาหลังการฟื้นตัวของผลประกอบการที่ค่าเฉลี่ย 14 เท่า และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาราว 32 เท่า เนื่องจากไม่มีผู้ประกอบการใกล้เคียงในการผลิตแผ่นเซลล์และแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ดังนั้นจึงได้ราคาเหมาะสมของ SOLAR ที่ 6.40 บาทต่อหุ้น และแนะนำนักลงทุนซื้อ

"ประเมินผลประกอบการของ SOLAR มีแนวโน้มฟื้นตัวจากปริมาณงานในมือที่เพิ่มขึ้นหลังบริษัทสามารถชนะการประมูลงาน Solar Farm Phase 3 ของบางจากกำลังการผลิต 50 เมกะวัตต์ มูลค่า 2.6 พันล้านบาทใน 3 โครงการตามที่รายงานผ่าน Website ของตลาดหลักทรัพย์ โดยแบ่งเป็นงานของ SOLAR 48% ของจำนวนทั้งหมด ซึ่งจะเริ่มขายไฟส่วนแรกสิ้นเดือนมีนาคม 2557 และคาดว่า SOLAR จะสามารถเริ่มต้นรับรู้รายได้จากโครงการนี้ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมาเป็นต้นไป"

อย่างไรก็ตาม จากปัญหาเรื่องความต้องการพลังงานในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นและจุดเด่นในเรื่องของพื้นที่ที่ใกล้เส้นศูนย์สูตรทำให้รัฐบาลหลายๆ ประเทศใน AEC ต่างให้ความสนใจในการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น และด้วยปัจจัยด้านราคาที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าต่อหน่วยลดลง เพิ่มความน่าสนใจด้านการลงทุนของเอกชน

ดีต่อความต้องการการก่อสร้างและความต้องการแผงเซลล์แสงอาทิตย์ให้เพิ่มขึ้นเป็นโอกาสในการทำตลาดของ SOLAR ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความสามารถในการผลิตสินค้าที่ยืดหยุ่นกว่าการผลิตของโรงงานขนาดใหญ่ ทำให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามข้อจำกัดของพื้นที่ หลังการลงทุนการผลิตทั้งหมด 70 เมกะวัตต์ ในเฟสแรก

จากกำลังการผลิตของโรงงานผลิตแผ่นเซลล์และแผงแสงอาทิตย์ทั้งหมด 300 เมกะวัตต์ ซึ่งถือว่าโรงงานของ SOLAR เป็นโรงงานที่ผลิตแผ่นแผงเซลล์แสงอาทิตย์ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

ด้านนางปัทมา วงษ์ถ้วยทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) หรือ SOLAR ผู้นำในการผลิตแผ่นเซลล์และแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดมัลติ-คริสตัลไลน์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า โรงงานผลิตแผ่นเซลล์และแผงแสงอาทิตย์ขณะนี้ผลิตและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้แล้วและทำให้ SOLAR กลายเป็นผู้ประกอบการรายเดียวในไทยที่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำคือเริ่มตั้งแต่การนำเวเฟอร์มาผลิตเป็นแผ่นเซลล์แสงอาทิตย์และแผงเซลล์แสงอาทิตย์ไปจนถึงการเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่สำรวจออกแบบและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Engineering, procurement and Construction: EPC) รวมถึงรื้อถอนระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่เสื่อมสภาพและติดตั้งทดแทนระบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

"ในปีนี้เราตั้งเป้ารายได้ขยายตัวประมาณ 30% และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 50% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ 10% เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ นอกจากนี้ตั้งแต่โรงงานของเราเสร็จเรียบร้อยพร้อมดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ก็มีออเดอร์ใหม่ๆ ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะ SOLAR

เป็นผู้ประกอบการรายเดียวในไทยที่สามารถดำเนินธุรกิจด้านพลังงานทดแทนได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำและเราก็พร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อสร้างผลงานให้ออกมาดีเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้นที่อยู่คู่บริษัทมายาวนาน"นางปัทมา กล่าว