แบงก์ลุยธุรกิจต่างประเทศ กสิกรไทยตั้งสายงานใหม่รับเออีซี+3 เล็งเปิดเครือข่ายต่างประเทศอีก 5 แห่ง ควบคู่ไปกับโมเดลหาพาร์ทเนอร์
นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) เปิดเผยว่า เมื่อปลายปีที่ผ่านมาธนาคารได้รวมสายงานธุรกิจต่างประเทศ และสายงานธุรกิจจีนเข้าด้วยกัน แล้วตั้งเป็นสายงานธุรกิจข้ามประเทศ เพื่อรวมศูนย์การให้บริการลูกค้าคนไทยและต่างประเทศที่ทำธุรกิจข้ามชาติไว้ด้วยกัน รองรับการค้า การลงทุนที่จะมีมากขึ้นจากการรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) รวมถึงจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้หรือ AEC+3 ที่มีจีดีพีคิดเป็น 25% ของโลก โดยที่ผ่านมาการค้าระหว่างอาเซียนไปจีนคิดเป็นสัดส่วน 37% ญี่ปุ่น 25% และเกาหลี 12% ส่วนการลงทุนจากจีนเข้ามาในอาเซียนคิดเป็นสัดส่วน 16% ญี่ปุ่น 49% และเกาหลี 6%
ด้านนายพิพิธ เอนกนิธิ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า กลยุทธ์ธุรกิจต่างประเทศของธนาคารจะเน้นการขยายเครือข่ายช่องทางให้ครอบคลุมใน AEC+3 ควบคู่ไปกับการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรธนาคารท้องถิ่นที่ธนาคารมีรากฐานอยู่แล้ว โดยในนี้จะขยายเครือข่าย 5 แห่ง แบ่งเป็นสาขาต่างประเทศในลาว กัมพูชา พม่า และจีน รวมถึงสำนักงานผู้แทนในอินโดนีเซีย โดยคาดว่าการขยายสาขาแห่งที่ 3 ในจีนจะได้ข้อสรุปในครึ่งแรกของปี
"การเปิดสาขาจะทำคู่กับการหาพันธมิตร แต่การเปิดสาขาจะพิจารณารูปแบบจากความต้องการของลูกค้าและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่นประเทศญี่ปุ่นที่มีการออกมาลงทุนนอกประเทศ ธนาคารไม่จำเป็นต้องเข้าไปเปิดสาขา แต่บางที่การเปิดสาขาอาจจะง่าย เช่นในประเทศรอบข้างอย่างลาว กัมพูชา ส่วนการหาพันธมิตรเราจะกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นขึ้นและผลักดันให้เกิดธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน"
สำหรับธุรกิจต่างประเทศในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าการให้บริการธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศระหว่างประเทศไว้ที่ 910,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้ว 28% ยอดสินเชื่อการลงทุน 37,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% แบ่งสินเชื่อในประเทศจีน 20,600 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 57% นอกจากนี้ยังจะพัฒนาทักษะด้านบุคลากรด้วยการเพิ่มพนักงานชาวจีน ญี่ปุ่นเกาหลี รวมถึงลาว กัมพูชา เวียดนามรวมแล้ว 141 คน จากปัจจุบันที่มีอยู่เกือบ 300 คน เพื่อให้มี 400 คนในสิ้นปีนี้
นายพิพิธกล่าวว่า ธนาคารได้แบ่งเป็นสายงานออกเป็น 6 ธุรกิจหลัก คือ การค้าขายระหว่างประเทศการค้าขายชายแดน นักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาประเทศไทยเพื่อเข้าสู่ตลาดเออีซี นักลงทุนไทยที่จะไปเออีซี นักท่องเที่ยวต่างชาติ ลูกค้าท้องถิ่นในประเทศที่ธนาคารมีสาขาอยู่ ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองไทยที่กระทบกับทิศทางการลงทุนจากต่างประเทศในขณะนี้อยู่ที่ว่าเหตุการณ์จะยืดเยื้อมากเท่าใด จะมีผลต่อการค้าและการลงทุนที่เข้ามา แม้ในขณะนี้นักลงทุนจากจีนยังมีความตั้งใจเข้ามาลงทุนอยู่ก็ตาม แต่ก็ต้องการรอให้สถานการณ์นิ่งก่อน
กรุงศรีตั้งเป้าสินเชื่อโต 9%
นายโนริอากิ โกโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ในปี 2557 นี้ กรุงศรี ได้ตั้งเป้าเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 9% ผ่าน 5 กลยุทธ์หลัก ซึ่งประกอบด้วย การขยายฐานธุรกิจลูกค้าขนาดใหญ่และกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี การคงความเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อรายย่อย การสร้างฐานเงินฝากให้แข็งแกร่งด้วยต้นทุนที่ต่ำลง การสร้างความแข็งแกร่งในกลุ่มลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน และขยายโอกาสในการทำธุรกิจในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีซึ่งประกอบด้วยประเทศกัมพูชา ลาว และพม่า ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ การเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งของไทย ญี่ปุ่น และบริษัทข้ามชาติอื่นๆ จะใช้เครือข่ายของ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) และมุ่งให้การสนับสนุนลูกค้าขนาดใหญ่ในการขยายธุรกิจไปต่างประเทศโดยเฉพาะในเขตลุ่มแม่น้ำโขง การขยายธุรกิจไปยัง supply chain ของลูกค้ารวมถึง cross sell บริการทางการเงินที่หลากหลายแก่พนักงานด้วย
"การขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค กรุงศรีกำลังเตรียมความพร้อมในการเติบโตไปพร้อมกับกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ผ่านการสนับสนุนของธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU) ที่ปัจจุบันมีสาขาอยู่ใน 13 ประเทศหลักของภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย รวมถึงประเทศกัมพูชา พม่า เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์"
สำหรับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีนั้นจะเน้นการสร้างแบรนด์กรุงศรี SME กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ขณะเดียวกัน จะต่อยอดธุรกิจไปยังสินเชื่อรายย่อย และเพิ่มประสิทธิภาพในขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้สะดวกรวดเร็วขึ้น
"ด้านตลาดเงินฝากที่มีการแข่งขันสูง จะเน้นการสร้างฐานเงินฝากที่แข็งแกร่ง ด้วยการนำเสนอบริการทางการเงินที่ครบวงจร ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล และลูกค้าองค์กร ส่วนศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ ยังจะเน้นการขยายเครือข่ายด้านการบริการ และนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง"นายโนริ กล่าว
นายโนริ กล่าวอีกว่าภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายในปีนี้ กลยุทธ์ต่างๆ ที่เรากำลังดำเนินอยู่ จะอยู่บนพื้นฐานของความระมัดระวัง และการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ เพื่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ส่วนกระบวนการรวมกับธนาคาร BTMU สาขากรุงเทพฯ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี
แลนด์แบงก์คาดปีนี้ขยายตัว 10-20%
ด้านนางศศิธร พงศธร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่าในปีนี้ ธนาคารตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10%-20% และจะรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรให้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 15% อีกทั้งเร่งเพิ่มรายได้และค่าธรรมเนียมจากธุรกิจประกันผ่านธนาคาร บริการด้านต่าง ๆ ขณะเดียวกันมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มอีก 21 สาขา เป็น 121 สาขา ทั่วประเทศ โดยขยายไปตามการขยายสาขาของบริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์
นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดบูธแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สาขาแม่สอด หนองคาย เชียงราย ส่วนธุรกิจหลักทรัพย์คาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณไตรมาส 3 ของปีนี้โดยใช้ชื่อว่า บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งจะทำให้กลุ่มธุรกิจทางการเงินมีบริการทางการเงินที่ครบวงจร









