วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

CK

เยี่ยมโครงการไซยะบุรี

ประเด็นน่าสนใจ
- เราได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชม โครงการก่อสร้างเขื่อนพลังงานน้ำไซยะบุรี ในประเทศลาว ของ CK ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างดำเนินงานช่วงที่ 1 ซึ่งเป็นการก่อสร้างในช่วง Intermediate Block (ตามภาพ) และมีความคืบหน้าในการก่อสร้างแล้ว 20% คาดว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างในช่วงที่ 2 ซึ่งเป็นช่วง Power house ได้ในปี 2558 ทั้งนี้โครงการไซยะบุรีได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2555 และมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2560 ด้วยมูลค่าโครงการ 7.6 หมื่นล้านบาท สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 1.285 พันเมกะวัตต์

ผลกระทบและความเห็น
- คงแผนการขายหุ้นให้ CKP หลังโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ CK คาดว่าหลังการก่อสร้างโครงการไซยะบุรีแล้วเสร็จจะมีการลดการลงทุนที่ CK ถือหุ้นสัดส่วน 30% ในโครงการนี้ โดยมีแผนที่จะขายหุ้นที่ถือครองให้ CKP เพื่อลดการลงทุนที่ไม่ใช้ธุรกิจหลักให้กับบริษัทย่อย โดยปัจจุบัน โครงการไซยะบุรี มี CK เป็นผู้ถือหุ้นหลักในสัดส่วน 30% บ.นที ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ PTT (ถือหุ้น 25%) สปป.ลาว (ถือหุ้น 20%) EGCO (ถือหุ้น 12.5%) และ BECL (ถือหุ้น 7.5%) ทั้งนี้การขายหุ้นลดสัดส่วนการลงทุนของโครงการไซยะบุรี อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงก่อนดำเนินโครงการแล้วเสร็จได้

- การก่อสร้างและรับรู้รายได้ดำเนินการได้ตามกรอบเวลา จากความคืบหน้าของการก่อสร้าง ทาง CK ยังคงสามารถดำเนินงานได้ตามกรอบเวลา แม้ว่าในช่วงกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา จะประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นเวลา 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ดีทางบริษัทสามารถแก้ไขและกลับมาดำเนินงานก่อสร้างได้เป็นปกติ โดยการรับรู้รายได้ของไซยะบุรีคิดเป็นสัดส่วน 30% ของการรับรู้รายได้ CK หรือประมาณปีละ 9 พันล้านบาท

- เป้าหมายธุรกิจปีนี้แค่ทรงตัว จากข้อมูลล่าสุดในการเยี่ยมชมเขื่อน ผู้บริหารของ CK คาดว่ารายได้จากการก่อสร้างในปี 2557 จะทรงตัวจากปีก่อนที่ 3.3 หมื่นล้านบาท แต่ยังมีงานก่อสร้างที่ CK มีโอกาสทำสัญญาใหม่ในปีนี้มูลค่ารวมราว 2.2 หมื่นล้านบาท เป็นงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าบางปะอิน คาดว่าอาจทำเซ็นสัญญาได้ในช่วง 1H57 และยังมีงานก่อสร้างเขื่อนน้ำบาก คาดสามารถทำสัญญาในช่วง 2H57 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยคาดไว้ที่ 8 - 9%

คำแนะนำและเหตุผล
- เราคาดการณ์ในเบื้องต้นว่าผลประกอบการใน 4Q56 ของ CK จะอยู่ที่ 200 – 300 ล้านบาท ซึ่งอ่อนตัวลง QoQ เนื่องจากไม่มีบันทึกกำไรจากรายการพิเศษแต่ใกล้เคียงเทียบกับ 4Q55 หากประมาณการของเราถูกต้อง จะทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2556 ต่ำกว่าเราคาดประมาณ 3% โดยเราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการปี 2557 จากข้อมูลใหม่ที่ผู้บริหารให้ ซึ่งจะกระทบต่อมูลค่าเหมาะสมที่ประเมินไว้ก่อนหน้าที่ 29.50 บาท