"ลอตเต้" ประกาศร่วมมือกับผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ที่สุดของโลก "เนสท์เล่" เพื่อรุกตลาดระดับโลก
ธุรกิจยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ "ลอตเต้" ประกาศร่วมมือกับผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ที่สุดของโลก "เนสท์เล่" เพื่อรุกตลาดระดับโลก หลังพบว่าจำนวนผู้นิยมในรสชาติกาแฟพร้อมดื่มจากเกาหลีมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนธุรกิจผลิตอาหารของกลุ่มธุรกิจรายใหญ่อันดับ 5 ของเกาหลีใต้ "ลอตเต้ ฟู้ด" เปิดเผยว่า ได้จัดตั้งบริษัท ลอตเต้-เนสท์เล่ (เกาหลี) จำกัด ร่วมกับเนสท์เล่เกาหลีเรียบร้อยแล้ว หลังจากควักเงินลงทุนในหุ้นบริษัทดังกล่าวจำนวน 50% เป็นเงิน 50,000 ล้านวอน หรือประมาณ 46 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ บริษัทใหม่ดังกล่าว จะรับผิดชอบผลิตกาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่ม ที่มีส่วนผสมจากกาแฟผงและครีม รวมทั้งช็อคโกแลต และน้ำผลไม้ ซึ่งลอตเต้รับประกันว่า ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการผลิตจะสามารถนำไปวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า และห้างค้าปลีก ที่เป็นธุรกิจค้าปลีกในเครือ ซึ่งใหญ่ที่สุดบนแดนโสมขาว ได้อย่างไร้ปัญหา
ซีอีโอลอตเต้ฟู้ด "นายลี ยอง-โฮ" กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือกับธุรกิจยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ องค์กรภายใต้ความดูแลของเขาจะสามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถในการบริหารจัดการการผลิตและเทคโนโลยีการผลิตให้กับธุรกิจในเครือที่กระจายอยู่ทั่วโลก
นายลี เพิ่มเติมว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่ม สามารถส่งออกไปจำหน่ายยัง 30 ประเทศรอบโลก ซึ่งรวมทั้งที่สหรัฐ ญี่ปุ่น และจีน พร้อมระบุว่า บริษัทร่วมทุนในครั้งนี้จะผลักดันให้ลอตเต้ฟู้ด ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตอาหารระดับโลกได้สำเร็จ
อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากผู้คร่ำหวอดในวงการพบว่า มูลค่ากาแฟพร้อมดื่มในเกาหลีใต้เมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านล้านวอน คิดเป็นอัตราการขยายตัวเพียง 0.11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ผู้นำในตลาดภายในประเทศ คือ "ดองซู" ซึ่งร่วมมือกับธุรกิจผลิตอาหารจากสหรัฐ "คราฟท์" และทำตลาดกาแฟพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ "แม็กซิม" มีตัวเลขส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 81.2% ตามมาด้วยแบรนด์ "เฟรนช์ คาเฟ่" ภายใต้การผลิตจากนัมยาง ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดราว 13.4% ก่อนจะเป็นกาแฟจากเนสท์เล่ในอันดับถัดมา ด้วยส่วนแบ่ง 3.9%
นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า การร่วมกันของลอตเต้และเนสท์เล่ คงไม่อาจสะเทือนบัลลังก์ของดองซูได้อย่างแน่นอน





