ภาคธุรกิจยอมรับการเมืองยืดเยื้อพ่นพิษ คาดประคองตัวได้ไม่เกิน 4.6 เดือน แนะหารือเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจสถานการณ์เศษฐกิจและธุรกิจไทยต่อการชุมนุม พบว่าภาคธุรกิจส่วนใหญ่ 26.4% ระบุว่า สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน และการชุมนุมที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อธุรกิจมาก รองลงมา 22.9% ระบุว่า กระทบปานกลาง และอีก 14.5% ระบุว่า กระทบมากที่สุด ขณะที่ 17.1% ระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบเลย
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่าเรื่องภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ กำไรลดลง รองลงมาคือ ยอดขายลดลง และสภาพคล่องลดลง
สำหรับระยะเวลาที่ภาคธุรกิจคิดว่าจะสามารถประคองธุรกิจไปได้ หากสถานการณ์ชุมนุมยืดเยื้อต่อไปเรื่อยๆ นั้น พบว่า โดยเฉลี่ยคาดว่าจะสามารถประคองธุรกิจได้นาน 4.6 เดือน โดยหากแยกเป็นประเภทธุรกิจ จะพบว่าภาคเกษตร ประคองได้ 4.4 เดือน, ภาคการค้า 4.5 เดือน, ภาคท่องเที่ยว-โรงแรม 4.5 เดือน และภาคอุตสาหกรรม 5.1 เดือน แต่หากแยกเป็นขนาดของธุรกิจ จะพบว่า ธุรกิจขนาดเล็ก ประคองได้ 4.3 เดือน, ธุรกิจขนาดกลาง 4.9 เดือน และธุรกิจขนาดใหญ่ 5.1 เดือน
โดยปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและธุรกิจใน 3 อันดับแรก คือ สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง อันดับสอง ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และอันดับสาม ความเชื่อมั่นของต่างประเทศ พร้อมมองว่ารัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องควรช่วยเหลือภาคธุรกิจ SMEs ในเรื่องของ 1.การลดต้นทุนการผลิต ดอกเบี้ย และหาตลาดให้กับ SMEs 2.หาเงินทุนในการสนับสนุน SMEs 3.กระตุ้นเศรษฐกิจให้คนมีรายได้เพิ่ม
ทั้งนี้ ภาคธุรกิจยังได้เสนอแนะแนวทางเพื่อให้เกิดความสามัคคีและความสงบสุขในประเทศด้วยการ 1.หารือร่วมกันและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว 2.ต้องรักษากฎหมาย ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก 3.แก้ปัญหาคอรัปชั่นให้หมดไป









