"อินเทล"เข้มนโยบายให้ผลตอบแทนผู้บริหาร รับมือยอดขายพีซีหด พร้อมกำหนดให้ผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่ถือหุ้นของบริษัท
บริษัทอินเทลกล่าวว่า กำลังเข้มงวดนโยบายจ่ายค่าตอบแทนแก่บรรดาผู้บริหารระดับสูง หลังจากยอดขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ลดลง ประกอบกับมีปัญหาในการรุกเข้าสู่ตลาดอุปกรณ์พกพา
มาตรการในการผลักดันให้บรรดาผู้บริหารทำงานให้ดีขึ้น เป็นสัญญาณล่าสุดว่านายไบรอัน ซานิช ซึ่งเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) เป็นเวลาเกือบปี กำลังปรับปรุงผู้ผลิตชิพรายนี้ ท่ามกลางปริมาณความต้องการชิพที่ชะลอตัวลง
อินเทลระบุในจดหมายที่ส่งถึงบรรดาผู้ถือหุ้นว่า จะไม่มีการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำสำหรับผลตอบแทนในรูปหุ้นตามผลการทำงาน อันเป็นผลตอบแทนแก่ผู้บริหารระดับสูง หากผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นไม่ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
นอกจากนั้น อินเทลยังจะกำหนดให้ผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่ในจำนวน 350 คน ถือหุ้นของบริษัท จากนโยบายเดิมที่กำหนดให้ผู้บริหารระดับสูงเพียง 50 คนถือหุ้นของบริษัท พร้อมระบุว่าไม่มีแผนการในอนาคตอันใกล้ ที่จะให้ผลตอบแทนพิเศษแก่ผู้บริหารระดับสูง หลังจากเมื่อช่วงปี 2555 ซึ่งนายพอล โอเทลลินี ประกาศแผนก้าวลงจากตำแหน่งนั้น อินเทลได้จ่ายผลตอบแทนพิเศษให้แก่ผู้บริหารจำนวนหนึ่ง เพื่อดึงให้อยู่ทำงานกับองค์กรต่อไป
ผลตอบแทนสำหรับนายซานิชอยู่ที่ 9.1 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ลดลงจาก 15.7 ล้านดอลลาร์เมื่อปีก่อน ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ (ซีโอโอ) และได้รับเงินจูงใจให้อยู่ในตำแหน่งต่อ
ทั้งนี้ นับจากเข้าทำหน้าที่แทนนายพอล โอเทลลินี เมื่อเดือนพ.ค.ปีที่แล้ว นายซานิชได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง รวมถึงปรับโครงสร้างแผนกธุรกิจ เพราะบริษัทล่าช้าในการปรับชิพประมวลผลให้เข้ากับการทำงานของสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต อันเป็นตลาดที่คู่แข่งครองอยู่ อาทิ ควอลคอมม์และซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนั้น ตลาดหลักของอินเทลยังกำลังตกต่ำลง หลังจากยอดขายพีซีในระดับโลกลดลง 10% เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นอัตราการลดลงมากที่สุด








