วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สตง.แนะรัฐเลิกจำนำข้าวหลังขาดทุนอ่วม

สตง.เตรียมทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้ยกเลิกจำนำข้าวปีต่อไป หลังขาดทุนหลายแสนล้าน ชี้คลังต้องรับผิดชอบหากการกู้เงินผิดกฎหมาย

น.ส.ประพีร์ อังกินันทน์ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 ม.ค.57 หลังจากได้เข้าไปตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ตั้งแต่ฤดูการผลิตปี 48/49 และปี 49/50 และการประกันราคาข้าวของรัฐบาลประชาธิปัตย์ เมื่อปีการผลิต 52/53 และฤดูการผลิตปี 53/54 ต่อเนื่องมาถึงการรับจำนำข้าว ฤดูการผลิตปี 54/55 ซึ่งกำหนดกรอบการใช้เงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท

จากการหารือกับส่วนราชการต่างๆ และรับข้อมูลจากคณะอนุกรรมการปิดบัญชี ยอมรับว่า โครงการรับจำนำข้าว มีความเสี่ยง และจุดอ่อนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเกษตรกร ไปจนถึงการระบายข้าว ทำให้เกิดการสวมสิทธิ์ และทุจริตในทุกขั้นตอนของโครงการรับจำนำข้าว และการประกันราคาข้าว เพราะขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่ถูกต้อง เกินความจริง และไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างทั่วถึง

ขณะที่เจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า หรือ อคส. และองค์การตลาดเพื่อการเกษตร หรือ อตก. ไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ โดยเฉพาะการหักค่าความชื้น สิ่งปลอมปน ระหว่างการจำนำ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปประจำตามจุด และยังขาดความรู้ ประสบการณ์ในการเก็บข้าวในสตอกอย่างแท้จริง จนทำให้ข้าวเสื่อมคุณภาพ รวมถึงระบายข้าวได้น้อย และล่าช้า การทำสัญญาการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี กับจีน ไม่มีข้อเท็จจริงว่า รัฐวิสาหกิจทั้งสอง ประเทศสามารถทำสัญญาซื้อขายข้าวร่วมกัน

ส่วนข้อมูลจากคณะอนุกรรมการปิดบัญชี พบว่าตัวเลขข้าวสารคงเหลือในคลังสินค้า ทั้งของ อคส. และ อตก. ไม่ครบถ้วน มีการแก้ไขข้อมูลบ่อยครั้ง รวมทั้งยังปรับเพิ่มตัวเลขข้าวสารคงเหลือ 27 มิ.ย.56 สูงขึ้น 2.98 ล้านตัน แต่ไม่สามารถยืนยันความถูกต้องได้ ซึ่ง สตง.ตรวจสอบแล้วพบว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลในฤดูการผลิตปี 54/55 และปี 55/56 ณ วันที่ 31 พ.ค. ผลขาดทุน 3.32 แสนล้านบาท สูงกว่าตัวเลขของคณะอนุกรรมการปิดบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 ซึ่งมียอดขาดทุน 2.2 แสนล้านบาท อีกทั้งยังพบว่าข้าวในสตอกของรัฐบาล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 ตั้งแต่ฤดูการผลิตปี 54-56 มีจำนวน 13 ล้านตัน ทำให้รัฐบาลต้องแบกรับภาระงบประมาณ เงินต้น และดอกเบี้ย จากโครงการรับจำนำข้าว

ดังนั้น สตง.จึงเสนอให้รัฐบาลต้องยุติโครงการรับจำนำข้าวในครั้งต่อไป ด้วยการหาแนวทางอื่นมาช่วยเหลือเกษตรกรแทน เช่น การสนับสนุนปัจจัยการผลิต การช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย

นอกจากนี้ สตง.ยังได้ทำหนังสือถึง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลังจาก ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2557 ให้ปรับเพดานหนี้สาธารณะจาก 1.321 ล้านล้านบาท ลดเหลือ 1.316 ล้านล้านบาท หลังจากที่รัฐบาลได้ปรับกรอบเงินกู้โครงการรับจำนำข้าว จาก 2.7แสนล้านบาท ลงมาเหลือ 1.3 แสนล้านบาท เพื่อให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน และจัดหาเงินกู้มาจ่ายคืนให้กับชาวนา โดย สตง.มีความห่วงใยต่อการหาเงินจากการหาเงินจากแหล่งต่างๆ ของกระทรวงการคลัง และหน่วยงานของรัฐ ซึ่งจ่ายเงินจำนำข้าวล่าช้า โดยกระทรวงการคลังต้องทำตามกฎหมาย ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่เช่นนั้น ผู้ลงนามอนุมัติต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น