วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BANPU - ถือ

คาดกำไรสุทธิ 4Q56 อ่อนตัวตามฤดูกาล

คาดรายได้ธุรกิจไฟฟ้าลดลง ฉุดกำไร 4Q56 ลง
เราคาดหมายจะเห็นกำไรจากธุรกิจปกติ (Norm. Profit) ในปี 2556 ของ BANPU จะออกมาใกล้เคียงกับประมาณการ แม้ว่าธุรกิจหลักใน 4Q56 คงมีผลการดำเนินงานแค่เพียงทรงตัว QoQ เนื่องจากราคาและปริมาณขายถ่านหินของเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียและออสเตรเลียยังคงใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมา แต่รับรู้รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญตามฤดูกาล เนื่องจากโรงไฟฟ้า BLCP หยุดซ่อมตามแผน อย่างไรก็ตามเราคาดว่า BANPU จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 420 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการ 4Q56 ยังคงมีกำไรสุทธิ 354 ล้านบาท ลดลง 63% QoQ

คาดกำไรปี 57 ทรงตัว แต่......
เราประมาณการกำไรสุทธิของ BANPU ในปี 2557 ไว้เท่าเดิมที่ 2.9 พันล้านบาท จากเป้าหมายยอดขายถ่านหินในอินโดนีเซียและออสเตรเลียที่บริษัทตั้งไว้ที่ 33.5 ล้านตัน ราคาขายเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 70 เหรียญต่อตัน ใกล้เคียงกับปี 2556 โดยปัจจุบันบริษัทมีการทำสัญญาแบบระบุราคาขายไปกว่า 35% ขณะที่รายได้จาก BLCP จะปรับลดเล็กน้อยตามสัญญาขายไฟฟ้า โดยเราคาดหมายจะเห็นต้นทุนการผลิตที่ลดลง จากแผนลดต้นทุนของบริษัทเพื่อรักษาระดับของกำไรสุทธิที่ใกล้เคียงกับปี 2556 ที่ผ่านมา

ปรับมาตรฐานบัญชีใหม่ กระทบประมาณการกำไรสุทธิ
BANPU กำลังพิจารณาปรับมาตรฐานบัญชีใหม่ที่เกี่ยวกับการรับรู้รายได้จากธุรกิจผลิตไฟฟ้าซึ่งจะเริ่มใช้ในปี 2557 โดยจะทยอยรับรู้รายได้จากการผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยเท่ากันทุกปี ต่างจากนโยบายบัญชีเดิมที่รับรู้รายได้ที่สูงในช่วง 5 ปีแรกของการดำเนินงานและค่อยๆปรับลดลงตลอดอายุสัญญาขายไฟฟ้าที่เหลือ เบื้องต้นเราประเมินผลกระทบ (1) กำไรสุทธิในปี 2556 ลดลงจากการปรับปรุงงบการเงิน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ ประมาณ 1.3 พันล้านบาท และ (2) กระทบประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 จากการรับรู้กำไรจากธุรกิจไฟฟ้าลดลง 1 พันล้านบาท แต่ไม่กระทบต่อมูลค่าเหมาะสมของเรา

แนะนำ “ถือ” รอการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก
แม้ธุรกิจหลักจะได้รับผลกระทบจากปัญหาอุปทานส่วนเกิน แต่เราเชื่อว่าราคาหุ้นที่ปรับลงกว่า 25% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น แม้ระยะสั้นเรายังไม่คาดหมายว่าราคาถ่านหินจะฟื้นตัว แต่ถือว่ามี Downside เริ่มจำกัด ขณะที่การปรับมาตรฐานบัญชีใหม่จะทำให้การรับรู้รายได้จากธุรกิจผลิตไฟฟ้าอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้น แม้จะกระทบประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 – 2557 แต่ไม่กระทบกระแสเงินสดของกิจการในระยะยาว ทำให้มูลค่าพื้นฐานที่ประเมินจากวิธี Sum of the parts ยังคงเดิมที่ 27 บาท