"โฆสิต" ชี้ ประมูลเงินกู้โครงการจำนำข้าว ไม่ชัดเจนในข้อกฎหมาย เรื่องผลตอบแทนไม่ใช่ประเด็นหลัก ด้านทหารไทยย้ำไม่ได้ร่วมประมูล
สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ออกหนังสือเชิญ 34 สถาบันการเงิน เข้าร่วมประมูลเงินกู้ในโครงการรับจำนำข้าวปีการผลิต 2556/57 โดยรัฐได้เปิดประมูลวงเงินกู้ล็อตแรก 2 หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏว่าไม่สามารถเปิดประมูลได้ เพราะไม่มีสถาบันการเงินใดเข้าร่วมประมูล ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าต้องดูรายละเอียดในแง่กฎหมาย โดยมีกระแสข่าวว่ามีเพียงสถาบันการเงินเดียวที่ร่วมประมูล ซึ่งเสนอดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมาก ขณะที่ผู้บริหารกระทรวงการคลัง และ สบน.ไม่ยอมชี้แจงรายละเอียดใดๆ
ด้าน นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การเปิดประมูลสินเชื่อโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลนั้น ยังมีความไม่ชัดเจนเรื่องกฎหมายอยู่หลายจุด ซึ่งไม่รู้ว่าลักษณะนี้จะพูดว่าเป็นเงื่อนไขได้หรือไม่ ถ้ามีความชัดเจนพอที่จะเข้าใจและยอมรับได้ ก็ค่อยดูอีกที แต่ถ้าไม่ชัดเจนก็ลำบาก
"เรื่องจำนำข้าว เป็นประเด็นที่ประชาชนสนใจ ซึ่งยังมีความไม่ชัดเจนในเรื่องกฎหมายอยู่ จึงต้องพิจารณาให้รอบด้าน เรื่องราคาและเงื่อนไขไม่ใช่ประเด็นใหญ่ เรื่องกฎหมายสำคัญกว่า จึงต้องรอดูความชัดเจนของกฎหมาย"
นอกจากนี้ ธนาคารรัฐควรจะเป็นผู้สนับสนุนหลัก เหมือนโครงการรัฐอื่นๆ ส่วนธนาคารพาณิชย์ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ผ่านมาโครงการของรัฐวิสาหกิจ เราก็เข้าไปอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกำไร แต่เป็นเรื่องความชัดเจนกฎหมายที่เป็นเรื่องหลัก
"ขณะนี้ธนาคารรัฐยังไม่เข้าไป ธนาคารพาณิชย์จะเข้าไปได้อย่างไร ส่วนในอนาคตจะเข้าไปหรือไม่ ธนาคารกรุงเทพ จะดูความชัดเจนก่อน"
ทีเอ็มบี ย้ำไม่ได้ร่วมประมูล
ด้าน นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย ยืนยันว่า ธนาคารไม่ได้เข้าร่วมประมูลสินเชื่อให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากมีประเด็นทางกฎหมายที่ซับซ้อน และต้องใช้เวลาในการศึกษาให้รอบคอบว่าความเสี่ยงอยู่ที่ไหนถึงจะกำหนดราคาประมูลได้ แต่ขณะนี้ความเสี่ยงด้านกฎหมายยังไม่ชัดเจน กระบวนการพิจารณาสินเชื่อจึงเกิดขึ้นไม่ได้ ขณะที่คณะกรรมการธนาคารกว่า 50% เป็นชาวต่างชาติ ขณะนี้ไม่สามารถเดินทางเข้ามาประชุมได้ เพราะยังติด พ.ร.ก. ฉุกเฉิน
ตามหลักธรรมาภิบาลแล้ว ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นฝ่ายใดคณะกรรมการฝ่าย จะไม่เข้าร่วมในการประชุมด้วย หากมีการพิจารณาสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับกระทรวงการคลัง กรรมการที่มาจากกระทรวงการคลังจะไม่เข้าร่วมพิจารณา
"ตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา ทีเอ็มบีเป็นธนาคารที่มีพัฒนาการที่ดีโดยต่อเนื่อง ด้วยพื้นฐานการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เข้มงวด ตลอดจนความโปร่งใส โดยธนาคารสามารถลดระดับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) ซึ่งเคยอยู่ในระดับสูง ให้มาอยู่ในระดับที่ต่ำลงกว่าเดิมอย่างมาก เพราะความมุ่งมั่นของธนาคารในการพัฒนาคุณภาพของสินเชื่อ ทีเอ็มบียึดมั่นในหลักการพิจารณาคำขอสินเชื่อ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานการดำเนินงานที่ได้ส่งผลให้ธนาคารมีพัฒนาการที่ดีมาโดยต่อเนื่อง และจะดำเนินการเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการตัดสินใจในการดำเนินงานทุกด้านของเรา คำนึงถึงผลลัพธ์ที่ดีซึ่งจะเกิดกับผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่าย"
ด้านแหล่งข่าวจากทีเอ็มบี กล่าวว่า แม้ตัวแทนจากกระทรวงการคลังจะนั่งอยู่ในคณะกรรมการธนาคาร แต่กระบวนการพิจารณาสินเชื่อของธนาคาร ต้องผ่านคณะกรรมการสินเชื่อเท่านั้น ไม่สามารถอนุมัติได้โดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ขณะนี้คณะกรรมการสินเชื่อของธนาคาร ยังไม่สามารถประชุมได้ เพราะผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคาร คือ ไอเอ็นจี ที่เป็นคณะกรรมการชาวต่างชาติ ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศมาประชุมได้ หลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้ชาวต่างชาติถูกห้ามเดินทางเข้าประเทศ ทำให้คณะกรรมการสินเชื่อไม่ครบองค์ประชุม มีคณะกรรมการแค่ 2 คน จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่า คณะกรรมการธนาคารจะพิจารณาเรื่องนี้ได้เมื่อใด
"ณรงค์ชัย" เชื่อแบงก์ไม่กล้าปล่อยกู้
ส่วน นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการ บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า คงไม่มีสถาบันการเงินไหน ที่กล้าร่วมประมูลเพื่อปล่อยกู้ให้กับรัฐบาลในโครงการจำนำข้าว เพราะเขารู้ว่าวิธีที่รัฐบาลทำอยู่ติดกฎหมายเรื่องวงเงิน เมื่อปล่อยสินเชื่อไป อาจจะไม่ได้คืนก็ได้ ซึ่งวิธีแก้ที่ถูกต้อง คือ รัฐบาลต้องไปเพิ่มวงเงินในการรับจำนำ เพียงแต่รัฐบาลรักษาการไม่สามารถทำได้ ที่ทำได้ต้องเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย
“วิธีแก้ คือ ต้องมีรัฐบาลก่อน ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ หลังจากนั้น มาเพิ่มวงเงิน และต้องพยายามขายข้าว เพื่อนำเงินมาคืน เมื่อเพิ่มวงเงินแล้ว สถาบันการเงินกล้าที่จะปล่อยกู้ให้ หลังจากนั้นก็ประกาศได้เลยว่า ใบประทวนที่ออกให้ทุกใบนำไปขึ้นเงินได้เลย เพราะรัฐบาลรับประกันหมด ถ้าทำแบบนี้ชาวนาก็จะไม่เดือดร้อน” นายณรงค์ชัยกล่าว
"ประสาร" แนะเร่งระบายข้าว
ขณะที่ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ความล่าช้าการจ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนา ยอมรับมีผลกระทบต่อการอุปโภคบริโภคภาคครัวเรือนโดยเฉพาะในเขตชนบทบ้าง เพราะวงเงินที่พูดถึงกัน 1.3 แสนล้านบาท ถือเป็นวงเงินที่ค่อนข้างมาก และเงินส่วนนี้เมื่อชาวนาได้ไปก็นำไปใช้จ่ายจริงๆ ดังนั้นตัวคูณทางเศรษฐกิจ จึงมีค่อนข้างมาก เมื่อเงินส่วนนี้หายไป ก็คงมีผลต่อการอุปโภคและบริโภคอยู่บ้าง
“วิธีแก้ที่ถูกต้องที่สุด คือ รัฐบาลควรหาเงินมาจากการขายข้าว เพื่อแปลงเป็นเงินสดมาคืนให้กับเจ้าของ แม้จะทำให้รัฐบาลประสบกับการขาดทุนบ้าง แต่เวลานี้เรากำลังพูดถึงเรื่องสภาพคล่องหากจะเทียบกับภาคธุรกิจ เวลาที่เขาประสบปัญหาสภาพคล่อง เขาต้องขายสินทรัพย์ออกไป แม้จะประสบปัญหาขาดทุนบ้าง เพื่อเอาชีวิตรอด เอาเงินสดมาคืนให้เจ้าหนี้” นายประสาร กล่าว
ส่วนกรณีที่รัฐบาลเปิดให้สถาบันการเงินมาประมูล เพื่อปล่อยสินเชื่อในโครงการรับจำนำข้าว แต่ไม่มีสถาบันการเงินรายใดให้ความสนใจ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะติดประเด็นด้านกฎหมายอยู่ ซึ่งนักกฎหมายของแต่ละธนาคารพาณิชย์ ก็มีมุมมองที่แตกต่างกัน ส่วน ธปท. คงไม่เข้าไปดูแลเรื่องนี้ เพราะเชื่อว่าธนาคารพาณิชย์มีความสามารถที่จะดูแลตัวเองได้
นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ (สายงานวิจัย) บล.ภัทร กล่าวว่า โครงการจำนำข้าวเห็นชัดแล้วว่า กระทบกับชาวนา เพราะรัฐบาลซื้อข้าวในราคาแพง แต่ราคาในตลาดโลกต่ำ ทำให้ขาดทุนแล้วต้องใส่เงินเข้าไป และขาดสภาพคล่อง ค้างจ่ายเงินมาแล้ว 3-4 เดือน ส่วนโครงการใหม่ก็ต้องถูกยกเลิก เพราะทำไม่ได้ ชาวนาก็ขาดรายได้ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่าผลผลิตข้าวนาปรังในปีนี้จะลดลง เพราะน้ำแล้ง ก็จะกระทบทำให้รายได้ชาวนาน้อยลง
"กรณ์" ชี้ รัฐหมดเครดิตกู้เงิน
ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีต รมว.คลัง ระบุว่า กระทรวงการคลังนัดให้ทุกธนาคาร ไปเสนอประมูลปล่อยเงินกู้โครงการจำนำข้าว แต่มีธนาคารไปเสนอราคาเพียงธนาคารเดียว และเสนอดอกเบี้ยสูงมาก จนทำให้การประมูลต้องล้มไป ความหมาย คือ รัฐบาลหมดเครดิต ที่เป็นเช่นนี้อาจจะเป็นเพราะธนาคารต่างๆ ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลมีสิทธิที่จะกู้เงินในช่วงรักษาการ หรืออาจเป็นเพราะไม่มีใครอยากมีส่วนสนับสนุนโครงการจำนำข้าวนี้อีกต่อไป
สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ คือ การขายข้าว เพื่อนำเงินมาชำระให้กับชาวนาได้เงินเร็วที่สุด แต่จนถึงวันนี้รัฐบาลก็ยังไม่ยอมดำเนินการ รมช.พาณิชย์ ควรทำงานของตนเองในการระบายข้าว แทนที่จะมาต่อว่าธนาคารรัฐว่า เห็นแก่ตัวที่ไม่ร่วมประมูล สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป คือ รัฐบาลจะกดดันธนาคารของรัฐให้ปล่อยกู้ให้กับโครงการนี้ โดยอาจพยายามเลี่ยงไม่ให้การกู้ยืมนี้ผูกพันกับการจำนำข้าวโดยตรง คือ ให้เปลี่ยนมาปล่อยโดยตรงกับกระทรวงการคลัง สุดท้ายแล้วเอาไปใช้กับโครงการใด ยิ่งเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ
สบน.เรียกแบงก์เคลียร์ปมไม่ปล่อยกู้จันทร์นี้
แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่า วานนี้ทาง สบน. ได้เชิญผู้บริหารของธนาคารพาณิชย์เข้าพบในวันจันทร์นี้ เพื่อชี้แจงถึงสาเหตุที่ทำให้ธนาคารไม่สนใจเข้าประมูลสินเชื่อให้กับ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ของธนาคารพาณิชย์ คือ กฎระเบียบที่ไม่ชัดเจน และอาจเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากรัฐบาลรักษาการไม่สามารถก่อภาระผูกพันข้ามรัฐบาลได้ ขณะที่ ธ.ก.ส. เอง ไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบในโครงการรับจำนำข้าว แต่รัฐบาลจัดหาสภาพคล่องเพื่อใช้ในโครงการดังกล่าว ซึ่ง ธ.ก.ส. เอง ก็ยังไม่กล้าให้ หากธนาคารพาณิชย์ให้สินเชื่อไปในอนาคต อาจมีปัญหากระทบมาถึงคณะกรรมการธนาคารได้ ว่ากระทำการโดยไม่รัดกุมรอบคอบ









