ปัจจุบันประเทศไทยก้าวสู่สังคมดิจิทัลเต็มรูปแบบเช่นเดียวกับต่างประเทศ แต่ยังอาจกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่
เนื่องจากตัวแปรด้านการเข้าถึงและอุปกรณ์ในบางพื้นที่ยังมีไม่มากนัก แต่ผู้บริโภคจำนวนมากก้าวไปสู่ "ดิจิทัลไลฟ์สไตล์" มากขึ้น ซึ่งจะทำให้เห็นแคมเปญการตลาดที่สนุกและแข่งขันอย่างเข้มข้นผ่านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งในปีนี้
อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานกรรมการบริหารและที่ปรึกษาด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง บริษัท ธอมัสไอเดีย จำกัด กล่าวว่าแนวโน้มกลยุทธ์สื่อสารการตลาดในปีนี้ ยังคงเป็นเรื่องของ Digital Marketing โดยเฉพาะการใช้ช่องทางดิจิทัลมาเป็นช่องทางการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย แต่สำหรับองค์กรที่มีงบประมาณมากพอ จะเริ่มให้ความสำคัญกับการสร้างช่องทางสื่อสารและพัฒนาชุมชนของตัวเอง สำหรับการสื่อสารออนไลน์มากขึ้น
"ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง แชนแนล" ที่มีอยู่อาจมีการเปลี่ยนแปลงความนิยมได้ แต่หากองค์กรที่มีดิจิทัล แชนแนลของตนเอง จะสามารถขยายผลโดยเชื่อมต่อกับเครื่องมือใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา
ปัจจัยผลักดันการเติบโตด้าน "ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง" มาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งเป็นผลมาจากเทคโนโลยีและอุปกรณ์ติดตัวที่เพิ่มศักยภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทดีไวซ์ อาทิ สมาร์ทโฟน แทบเล็ต และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่สะดวก รวดเร็ว ได้รับการออกแบบที่ตรงความต้องการใช้งานประจำวันมากขึ้น
"แนวโน้มการใช้ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง อาจเกิดจากผู้ประกอบการในไทยที่ต้องการรักษาฐานลูกค้าเดิม ก่อนที่ต่างชาติจะเข้ามารุกพื้นที่และชิงเป้าหมายก่อนเปิดเออีซีในปี 2558"
ก้าวสู่ Digital Transformation
อุไรพร มองว่าแบรนด์ที่สามารถปรับตัวได้ดีพร้อมรับมือกับยุค 2557 ที่เรียกได้ว่า "ปีแห่งการแข่งขันที่รวดเร็วมากขึ้น" น่าจะเป็นองค์กรที่มีผู้บริหารให้ความสำคัญเรื่องกลยุทธ์ดิจิทัลและนำมาปรับใช้ในองค์กรอย่างมีแบบแผนในทุกแผนก หรือที่เรียกว่า Digital Transformation จะเป็นผู้ที่ได้เปรียบ เพราะข้อดีขององค์กรที่คุ้นชินกับการใช้งานดิจิทัล จะช่วยเพิ่มบริการและนวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมนำเสนอลูกค้าได้ทันท่วงที
ส่วนเทรนด์ที่น่าจับตามองคือ Mobility ที่ครอบคลุมอุปกรณ์พกพาและดีไวซ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากหน้าหลายตา ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ แทบเล็ตและสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ซึ่งเพิ่มความสามารถในการสื่อสาร และเข้าถึงข้อมูลได้ "ทุกที่ทุกเวลา" ช่วยเชื่อมต่อกับผู้บริโภค เพื่อเติมเต็มกลยุทธ์ 365 Days Connect อย่างสมบูรณ์ ทำให้แบรนด์สามารถส่งข้อมูลโปรโมชั่นแบบเฉพาะตัวได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เมื่อผนวกเข้ากับเทคโนโลยี Location-Based จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์การขายที่ดีมาก
ดังนั้นทุกองค์กรควรมีต้องมีการวางกลยุทธ์เรื่อง Mobility มาเป็นอาวุธสำคัญในการทำการตลาด
'ดิจิทัลคอมเมิร์ซ'แรงต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามจากรายงานของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ที่เปิดเผยข้อมูลทางสถิติในปี 2556 ว่าประชากรไทยมีทั้งสิ้น 20 ล้านครัวเรือน มี 14 ล้านครัวเรือนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต แบ่งเป็นบรอดแบนด์ทางสายกว่า 4 ล้านครัวเรือน และผู้ใช้อินเทอร์เน็ตปัจจุบันอยู่ที่กว่า 20 ล้านราย หมายถึงการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่มีสูงขึ้น
ในขณะที่ทางสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทยระบุว่า มูลค่าอีคอมเมิร์ซในไทยระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริโภค ปี2554 ตลาดรวมอีคอมเมิร์ซในกลุ่มบีทูซี มีมูลค่า 99,706 ล้านบาท ขณะที่ปี 2555 กลุ่มบีทูซี มีมูลค่าราว 119,647 ล้านบาท
ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในปี 2556 มูลค่าตลาดธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จะมีอัตราการเติบโต 25-30% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 1.32-1.35 แสนล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าว อุไรพร บอกว่าสะท้อนถึงโอกาสการเติบโตของ "ดิจิทัล คอมเมิร์ซ" ในปีนี้ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มคุ้นชินกับการซื้อของออนไลน์มากขึ้นและมีความเชื่อมั่นในระบบการชำระเงิน จากเดิมที่ไม่ค่อยมั่นใจในการชำระเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
ปัจจัยที่ทำให้ยอดนักช้อปออนไลน์เพิ่มขึ้น ได้แก่ การมีระบบ Payment ให้เลือกใช้มากขึ้น ลักษณะการใช้งานเชิงดิจิทัล คอมเมิร์ซสูงขึ้นจากกลุ่มประเภท B2B ที่ทำการค้าขายอยู่แล้ว แต่มีจำนวนผู้ประกอบการที่วางระบบอีคอมเมิร์ซ
มากขึ้น กลุ่ม B2C ที่เกิดจากแพลตฟอร์มที่เปิดพื้นที่และมีการรับประกันการจัดส่งและชำระเงินเมื่อมีการขายสินค้าในช่องทางของตน ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มร้านค้าทั้งไทยและต่างประเทศ และสุดท้ายที่เหมาะสำหรับกลุ่มธุรกิจรายย่อย C2C ที่ใช้ช่องทางผ่านโซเชียลมีเดีย อย่างเฟซบุ๊คและอินสตาแกรมในลักษณะโซเชียล คอมเมิร์ซ เป็นต้น
ค้าปลีกรุกชอปปิง ออนไลน์
นอกจากนี้พบว่ากลุ่มรีเทลเริ่มหันมาสร้าง eShop ร้านค้าออนไลน์ของตัวเองมากขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนได้แก่ Tesco Lotus ที่ใช้โมเดลจากบริษัทแม่มาใช้ได้ทันทีและแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไทยอย่าง SB Furniture ที่เปิดร้านค้าออนไลน์
SBdesignsquare.com นับเป็นสาขาที่มีความสำคัญ เพราะสามารถโชว์สินค้าได้ครบ และขายได้จริง ให้ลูกค้าเลือกซื้อได้ทุกที่ รวมทั้งเป็นช่องทางในการทำวิจัยและสำรวจความต้องการของลูกค้าตัวจริงได้อีกด้วย
แรงหนุนสำคัญผลักดันชอปปิง ออนไลน์ในขยายตัวในปีนี้ มาจากคุณภาพของคลื่นความถี่ 3G และการเพิ่มขึ้นของจำนวนสมาร์ทดีไวซ์ รวมทั้งกระแสของโซเชียลมีเดียต่างๆ และแอพพลิเคชั่น ที่อำนวยความสะดวกในการใช้งานมากมาย ทำให้เกิดจำนวนของผู้บริโภคดิจิทัลมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เหล่านี้เป็นสวนหนึ่งที่กระตุ้นให้นักการตลาดหันมาให้ความสำคัญกับสื่อดิจิทัลมากขึ้น
"พบว่าพฤติกรรมและความชอบของคนจะเปลี่ยนไปสู่การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เร็วและสั้น อำนวจในการเลือกซื้ออยู่ในมือผู้บริโภค เพราะมีแหล่งข้อมูลอยู่รอบตัวและเรียกดูได้ตลอดเวลา นักการตลาดจึงต้องปรับกลยุทธ์ให้เท่าทันและก้าวนำคู่แข่งก่อนที่จะเป็นฝ่ายตั้งรับ" อุไรพร กล่าว
ในยุคดิจิทัล "แบรนด์และองค์กร" ควรเตรียมรับมือกับกระแสความนิยมใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ ที่ช่วยในการค้นหาข้อมูลสินค้าและทำโปรโมชั่น ตลอดจนเป็นช่องทางเสนอสิทธิพิเศษแก่ลูกค้า
อุไรพร กล่าวว่าแบรนด์ที่จะประสบความสำเร็จได้ในยุคนี้ ควรมีการสร้างระบบรองรับงานขายด้วย เช่น ระบบการชำระเงินที่เชื่อถือได้ การจัดสต๊อกสินค้าและการจัดส่ง โดยเฉพาะคุณภาพของสินค้าเมื่อถึงมือผู้บริโภค และมีการส่งเสริมการขายออนไลน์เป็นระยะๆ เพื่อรักษาและเพิ่มฐานลูกค้าอยู่เสมอ
แนวโน้มในการบริหารแบรนด์ จึงควรคำนึงถึงการผสานสื่อที่มีอยู่ให้ครบทุกส่วนและเชื่อมโยงกันให้มากที่สุด เพื่อสร้างการจดจำและความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคตลอดเวลา
จับตาคอนซูเมอร์เทรนด์ปี57
การพัฒนาของเทคโนโลยีและการขยายตัวของสมาร์ทดีไวซ์ในช่วงที่ผ่าน ส่งผลพฤติกรรมการเสพสื่อและคอนเทนท์ของผู้บริโภคในยุคนี้
อุไรพร กล่าวว่าปัจจุบันโซเชียล เน็ตเวิร์คยอดนิยมอย่างเฟซบุ๊ค ได้แยกประเภทของกลุ่มคนที่ใช้สื่อออนไลน์ตามวัย ประกอบไปด้วย กลุ่มวัยรุ่นอายุ 16-24 ปี พร้อมใช้ออนไลน์และมีความคุ้นเคยกับการใช้งานดิจิทัลดีไวซ์ต่างๆ มากที่สุด และยินดีในการแชร์ข้อมูลและเปิดเผยตัวตนบนโลกออนไลน์ เมื่อโตขึ้นกลุ่มนี้ก็จะกลายเป็นกลุ่มคนทำงาน ที่พร้อมจ่ายเงินซื้อสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซทันที
กลุ่ม วัยทำงาน 25-30 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมาก กล้าลองและทดลองใช้เทคโนโลยี พร้อมซื้อสินค้าออนไลน์และกลายเป็นกลุ่มที่เชี่ยวชาญด้านการใช้งานและมีกำลังซื้อสูง
สำหรับ นักธุรกิจ 35-44 ปี เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงมาก มองคุณภาพของที่ได้รับมากกว่ามูลค่าของสินค้า
ส่วนกลุ่ม ผู้สูงวัย 45-54 ปี กลุ่มที่มีจำนวนไม่มากนัก การปรับตัวกับเทคโนโลยียังมีน้อย ตัดสินใจรอบคอบก่อนซื้อสินค้า
ดังนั้นคอนซูเมอร์ เทรนด์ ปี57 จะพบว่ากลุ่มที่มีอิทธิพลสูง ที่แบรนด์ต้องเอาใจใส่ให้มาก คือ กลุ่มคนทำงาน และควรพร้อมต่อยอดเชื่อมต่อเข้ากับกลุ่มวัยรุ่นที่จะโตมาแทนที่ต่อไป ด้วยการสื่อสารและสร้าง engagement ให้กับกลุ่มนี้กลับมาอยู่กับแบรนด์ตลอดเวลา หากใช้ช่องทางโซเชียล มีเดีย อาทิ Facebook Fanpage ต้องวางกลยุทธ์สื่อสารให้ดี เนื่องจากเป็นโอกาสของการสื่อสารที่ช่วยกระจายข้อมูลได้ในวงกว้างต่อได้
แบรนด์ที่ชาญฉลาด ควรต้องเข้าใจธรรรมชาติของแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นวิธีสื่อสาร การพัฒนาสินค้าและบริการ รวมทั้ง การใช้กลยุทธ์ Content strategy และลงทุนการผลิตคอนเทนท์อย่างเต็มที่
จะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างแบรนด์ให้อยู่ในใจลูกค้าได้









