คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น
KTB รายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 4/56 หลังตลาดปิดวันที่ 21 ม.ค. ที่ 10.1 พันลบ. (กำไรต่อหุ้น 0.72 บาท) เพิ่มขึ้น 13% QoQ และ 981% YoY ดีกว่าที่ consensus และเราคาดถึงกว่า 30% เนื่องจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยดีกว่าคาด, สำรองที่น้อยกว่าคาด และกำไรจากเงินลงทุนในกองทุนวายุภักษ์ (2.9 พันลบ.) ขณะที่ภาพรวมของคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น QoQ ด้วยอัตราหนี้เสียและสำรองที่ดีขึ้น โดยบริษัทจะจัดงานประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 22 ม.ค. นี้
การเติบโตสินเชื่อต่ำกว่าประมาณการของเราเล็กน้อย สินเชื่อรวมในไตรมาสที่ 4/56 เพิ่มขึ้น 2% QoQ และ 12% YoY ต่ำกว่าประมาณการทั้งปีของเราที่ 13% โดยตัวผลักดันสินเชื่อหลักคือ สินเชื่อรายใหญ่ และสินเชื่อรายย่อย
ส่วนต่างดอกเบี้ยรับ (NIM) สอดคล้องกับประมาณการ ส่วนต่างดอกเบี้ยรับในไตรมาสที่ 4/56 ทรงตัว QoQ ที่ 2.84% ผลตอบแทนของสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น 0.07% QoQ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินก็สูงขึ้นด้วยที่ 0.07% QoQ การที่ผลตอบแทนสินทรัพย์ออกมาดีขึ้นเป็นไปได้ว่ามาจากการปรับโครงสร้างหนี้ของสินเชื่อรายใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเมื่อเราสังเกตดูจากธนาคารอื่นๆ ในไตรมาสที่ 4/56 จะเห็นว่าทั้งอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (LDR) และอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากรวมการกู้ยืม (LDR + borrowing) ลดลง 0.03-0.04% มาอยู่ที่ 91% และ
85% ตามลำดับ
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยแข็งแกร่งถูกชดเชยไปด้วยค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่สูง รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยของ KTB เติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสที่ 4/56 เพิ่มขึ้น 11% QoQ และ 28% YoY สูงกว่าประมาณการของเรา 17% อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้น 22% QoQ และ 24% YoY ซึ่งเป็นผลจากค่าใช้จ่ายบุคลากรและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายบุคลากรที่สูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 21% QoQ และ 30% YoY) เป็นผลจากการตั้งสำรองโบนัสพนักงานซึ่งปกติแล้ว KTB จะทำในไตรมาสที่ 1 และด้วยค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่สูงขึ้น ทำให้กำไรก่อนตั้งสำรอง (PPOP) ลดลง 8% QoQ และเพิ่มขึ้นเพียง 3% YoY
คุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น KTB ตั้งสำรองหนี้เสีย 3.1 พันลบ. ในไตรมาสที่ 4/56 หรือคิดเป็น 0.73% ของสินเชื่อรวม น้อยกว่าที่เราคาดที่ 0.80% และประมาณการของบริษัทที่ 1.5 พันลบ. ซึ่ง KTB มีการตั้งสำรองพิเศษเนื่องจากมีกำไรพิเศษจากกองทุนวายุภักษ์ (2.9 พันลบ.) ที่ได้รับมาในไตรมาสที่ 4/56 ขณะที่ยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้รวม (Total NPL) ที่ลดลง 7%QoQ เป็น 55 พันลบ. จากการตัดหนี้สูญ 5.4 พันลบ. ทำให้อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL ratio) ลดลงเหลือ 3.2% จาก 3.5% ในไตรมาสที่ 3/56 ด้วยอัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้เสีย (NPL coverage) ที่สูงขึ้นเป็น 112% (เทียบกับ 108% ในไตรมาสที่ 3/56)
Earnings and target price revision : ไม่เปลี่ยนแปลง เราจะปรับประมาณการของเราอีกครั้งหลังทราบผลประกอบการทั้งหมดแล้ว
Price catalyst : ราคาเป้าหมาย 12 เดือน: 29.00 บาท อิงวิธี DDM
ปัจจัยสำคัญ : ผลประกอบการไตรมาสที่ 1/57, การเติบโตสินเชื่อรายเดือน
Action and recommendation : คงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมายที่ 29.00 บาท









