วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธุรกิจปรับแผนวุ่น พรก.ฉุกเฉินฉุดเชื่อมั่น

ธุรกิจปรับแผนวุ่น "เทรดโชว์-เอ็กซิบิชั่น" อ่วม! ออร์แกไนเซอร์ขอเลื่อนจัดงานไปไตรมาส 2-3 แทน เปลี่ยนสถานที่จัดงานต่างจังหวัดแทนกรุงเทพฯ

สถานการณ์ทางการเมือง นอกจากจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยว-โรงแรม ที่อัตราเข้าพักลดลงอย่างมาก ในธุรกิจต่อเนื่องอย่างเทรดโชว์-เอ็กซิบิชั่น รวมถึงธุรกิจค้าปลีกยังได้รับผลกระทบหนักไม่ต่างกัน

นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น.ซี.ซี.แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กล่าวว่า หลังจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พบว่าความเชื่อมั่นของผู้จัดงาน (ออร์แกไนเซอร์) ในกลุ่มงานแสดงสินค้าต่างชาติลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าการประกาศดังกล่าว ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองในไทยอ่อนไหวขึ้นอีกในสายตานานาชาติ โดยมีการสอบถามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และทำให้ศูนย์สิริกิติ์ต้องสื่อสารให้คู่ค้าทราบถึงสถานการณ์ทางการเมืองในไทยอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม พบว่า ผู้จัดงานส่วนใหญ่ยังขอรอติดตามเหตุการณ์ในไทยไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค. นี้ ก่อนจะตัดสินใจว่าจะเลื่อนงานที่เตรียมจัดในช่วงเดือนก.พ.-มี.ค. ออกไปหรือไม่ โดยกังวลว่าหากจัดงานตามกำหนด จะมีผลกระทบทำให้ผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งเป็นผู้ซื้อ (Buyers) กลุ่มเป้าหมายของงานเทรดโชว์ไม่มาร่วมตามเป้าหมาย ซึ่งจะส่งผลต่อยอดขายทันที โดยเฉพาะงานที่มีผู้ซื้อจากตลาดอาเซียน ซึ่งยังมีความอ่อนไหวต่อความปลอดภัยของการเมืองในประเทศสูง และเริ่มปฏิเสธการเดินทางเข้ามาในไทยกันแล้ว

เอ็น.ซี.ซี. เผย 80% ยกเลิกประชุมสัมมนา

สำหรับยอดการยกเลิกจัดงานประชุมสัมมนาต่างๆ ในศูนย์ฯ ยังอยู่ที่ระดับ 80% โดยตลอดเดือน ม.ค.นี้ไม่ได้รับการติดต่อจัดงานใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาเลย ทำให้อัตราการใช้พื้นที่เฉลี่ยลดลงน้อยมาก เหลือไม่ถึง 50% จากที่ปกติเดือนนี้จะต้องมีการใช้พื้นที่ไม่ต่ำกว่า 80% ส่วนการรับบริหารศูนย์ประชุมต่างจังหวัด 1 แห่งที่ศูนย์การประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า ธุรกิจยังคงเป็นไปได้ดีจากภาคเอกชน แต่มีการยกเลิกจากการประชุมสัมมนาจากหน่วยงานราชการของไทยเอง

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าออร์แกไนเซอร์ต่างชาติ ต่างยืนยันว่ายังต้องการจัดงานในไทย เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพพื้นฐานของประเทศ แต่ยังมีความกังวลกับการเมืองเฉพาะหน้า จึงมักจะขอเลื่อนการจัดงานออกไปก่อน ไม่มีการยกเลิกไปเลย แต่อย่างใด

อิมแพ็ค จ่อเลื่อน 3 งานใหญ่

ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้จัดงานใหญ่ 3 งาน ที่เริ่มเจรจาขอเลื่อนการจัดงานใหญ่อย่างน้อย 3 งานแล้ว ได้แก่ งานวันนักประดิษฐ์ ที่เดิมเตรียมจัดงานระหว่างวันที่ 2-5 ก.พ. เช่นเดียวกับงานเทรดโชว์ใหญ่ระดับนานาชาติ คือ งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 53 หรือ บางกอกเจ็มส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ ระหว่างวันที่ 25 ก.พ.-1 มี.ค. ที่กำลังหารือกำหนดวันจัดงานใหม่ในช่วงไตรมาส 2 หรือ 3 รวมถึงงานแสดงสินค้าอาหาร 2557 หรือ ไทยเฟค -เวิลด์ ออฟ ฟู้ด เอเชีย ที่มีกำหนดจัดในเดือนพ.ค. ที่กำลังพิจารณาขอเลื่อนการจัดงานเช่นกัน

ส่วนงานประเภทคอนซูเมอร์แฟร์ ผู้จัดโฮมโปร เอ็กซโป ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 14-23 มี.ค. ก็กำลังพิจารณาเช่นกันว่าจะเลื่อนการจัดงานหรือไม่ เนื่องจากหวั่นว่าในบรรยากาศการเมืองเช่นในปัจจุบัน จะฉุดกำลังซื้อของผู้บริโภคให้ลดลงไปด้วย

ออร์แกไนฯ วุ่น ลูกค้าเลื่อนจัดงาน

แหล่งข่าวกล่าวเสริมว่า ขณะนี้ธุรกิจแสดงสินค้ากำลังประสบปัญหาอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจออร์แกไนเซอร์ซึ่งรับหน้าที่จัดงาน ที่จะต้องจัดสรรงานของลูกค้าที่เลื่อนหนีปัญหาการเมืองจากช่วงไตรมาสแรกไปชนกับงานเดิมที่มีอยู่ในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ซึ่งปกติเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจไมซ์จากจำนวนงานที่หนาแน่นอยู่แล้ว ขณะที่ศูนย์ประชุมฯ ต่างๆ ก็ต้องจัดสรรพื้นที่และวันจัดงานใหม่ให้ลงตัว ระหว่างงานเดิมที่มีอยู่กับงานที่เลื่อนมา เพราะว่างานใหญ่แต่ละงานจะต้องใช้เวลาการเตรียมพื้นที่ก่อนการเปิดงานไม่ต่ำกว่า 2-3 วัน

นางสาวดวงรัตน์ ทัศนประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายขายศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กล่าวว่า ตลอดเดือนม.ค. มีการจัดงานทั้งหมดรวม 30 งาน อาทิ งานสตาฟฟ์ปาร์ตี้สำหรับเทศกาลปีใหม่ ที่เลื่อนมาจากช่วงปลายปีหรือต้นปีที่ผ่านมา และในปีนี้ศูนย์สิริกิติ์ยังได้กลุ่มลูกค้าคอร์ปอเรทกลุ่มใหม่ที่เข้ามาจัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่ (Product Launch) เพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะจากค่ายรถยนต์ใหญ่อย่าง โตโยต้า และ ฮอนด้า ซึ่งเลี่ยงการจัดงานจากที่อื่นมาจัดงานที่ศูนย์ฯไบเทคแทน ทำให้ในภาพรวมแล้ว จำนวนงานยังอยู่ในอัตราไม่ต่างกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามาก โดยมีสัดส่วนเพิ่มหรือลดไม่เกิน 15% ซึ่งหลังจากเดือนม.ค. จะมีการสรุปผลงานเปรียบเทียบที่ชัดเจนอีกครั้ง

โยกจัดงานเชียงใหม่-ภูเก็ต-พัทยา

นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผู้จัดงานส่วนใหญ่จะเปลี่ยนสถานที่จัดงานไปยังต่างจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต และ พัทยา แทนจัดที่กรุงเทพฯ เนื่องจากไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ทางการเมือง ที่ลากยาวมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา

"ปกติงานอีเวนท์ในช่วงต้นปีของอินเด็กซ์ ส่วนใหญ่เป็นงานจัดประชุมประจำปีของบริษัทต่างๆ เพราะเป็นช่วงของการให้นโยบาย อาทิ ธุรกิจอีเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจประกัน หรือแม้แต่การประชุมนานาชาติ (อินเตอร์เนชั่นแนล มิทติ้ง) ก็จะหลบไม่มาประชุมกันใจกลางเมือง ดังนั้นเราจึงได้รับผลกระทบบ้างจากการย้ายสถานที่จัดงาน"

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ทางการเมืองยืดเยื้อต่อไปอีก แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการตลาดภายในประเทศมากขึ้น เพราะเมื่อการเมืองไม่นิ่ง ก็ทำให้ผู้จัดงานรอประเมินสถานการณ์ก่อน

"ตราบใดที่การเมืองไม่นิ่ง มีผลกระทบแน่นอน ทุกคนก็ต้อง wait and see โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลเลือกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฝรั่งยิ่งอ่อนไหวหนักขึ้นไปอีก โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว ผมเพิ่งกลับจากนิวยอร์กตอนบินกลับมาเห็นได้ชัดว่าที่นั่งโล่ง นั่งสบาย" นายเกรียงไกร กล่าว

จากการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองในไทยในมุมมองต่างชาติ พบว่า ภาพการเมืองในไทยดูน่าวิตกคล้ายจะกลับไปในปี 2553 เนื่องจากสำนักงานต่างประเทศมักนำภาพเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 มาฉายซ้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกับสื่อต่างชาติให้มากยิ่งขึ้นกว่านี้

ไอ.ซี.ซี.ระบุปรับแผนวันต่อวัน

นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจปีนี้จะต้องปรับแผนการทำงานกันแบบวันต่อวัน และต้องติดตามปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ทั้งการเมือง กำลังซื้อผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุการณ์การเมืองมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ส่งผลกระทบต่อธุรกิจค่อนข้างมาก

ทั้งนี้ จากปัจจัยลบดังกล่าวทำให้บริษัทต้องลดงบประมาณทางการตลาดของแบรนด์ชุดชั้นในสตรี “วาโก้” ลง จากปีก่อนใช้หลักหลายร้อยล้านบาท และงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ราว 40-50 ล้านบาท และเลื่อนการใช้งบจัดกิจกิจกรรมต่างๆ ในช่วงนี้ออกไปก่อน

นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับกระบวนการจำหน่ายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภค เช่น การจำหน่ายสินค้าให้ได้ 100 ชิ้น โดยจัดส่งสินค้าจำนวนเท่าเดิม

ส่วนการตั้งเป้าหมายยอดขายในปีนี้ คาดว่าการเติบโตจะเป็นตัวเลข 1 หลักเท่านั้น หลังจากผลประกอบการในปี 2556 ปิดยอดขายกว่า 3,000 ล้านบาท เติบโตต่ำมากจนถึงระดับที่ใกล้เคียงการไม่เติบโต

"งบการตลาด วาโก้ ปีนี้ต้องหั่นลง และอาจต้องเลื่อนการใช้เงินในการจัดกิจกรรมต่างๆ ออกไปก่อน เพราะว่าขณะนี้ผู้บริโภคไม่มีอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอย อีกทั้งการชุมนุมทางการเมืองก็อยู่ใกล้บริเวณห้างค้าปลีก ซึ่งเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าของบริษัท และแม้ธุรกิจบางประเภทจะยอดขายดี เช่น อาหาร แต่ชุดชั้นในยอดขายไม่ดี อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจไม่ว่าเผชิญปัจจัยใดก็ต้องเติบโต หยุดไม่ได้"

คาดกำลังซื้อซบยาวถึงไตรมาสสอง

ด้าน นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าปลีกค้าส่งไทย กล่าวว่า การค้าขายปลีกค้าส่งปีนี้ต้องปรับแผนการทำงาน โดยจะต้องระมัดระวังให้มากขึ้น เพราะว่าขณะนี้ธุรกิจอยู่ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้ง ตลอดจนชาวนายังไม่ได้รับเงินตามโครงการจำนำข้าว ทำให้เงินขาดมือ ส่งผลต่อกำลังซื้อลดลง และคาดการณ์ว่าจะซบเซายาวถึง 2 ไตรมาส หรือประมาณครึ่งปีแรก

นอกจากนี้ การดำเนินธุรกิจ หรือการลงทุนใหม่ๆ จะต้องทำให้มีความพอดีมากที่สุด ไม่ทุ่มทุนสูงจนเกินตัว และการตั้งเป้าหมายยอดขายก็ไม่ควรให้สูงมากเกินไป เพราะจะสร้างแรงกดดันให้กับพนักงานในบริษัทต้องหากลยุทธ์การตลาดทุกด้านมากระตุ้นการเติบโต ทั้งที่ปัจจัยหลายอย่างไม่เอื้อมากนัก ส่วนการทุ่มเงินเพื่อทำตลาดในช่วงนี้ก็จะไม่ได้ผลมากนัก และอาจทำให้กำไรลดน้อยลง เพราะหากผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ จึงต้องออมแรงไว้ก่อน รอคอยจังหวะและโอกาสในการรุกตลาด

ส่วนการทำตลาด มองว่าไม่มีการปรับแผนมากนัก โดยส่วนใหญ่ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงเน้นกลยุทธ์ด้านราคา จัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม และจะเพิ่มบริการส่งสินค้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ด้านการรุกช่องทางจำหน่ายออนไลน์ ก็อาจทำมากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่ตั้งเป้ายอดขายเติบโตสูงๆ

"ธุรกิจไม่ค่อยปรับกลยุทธ์การทำตลาดมากนัก โดยยังคงใช้ราคามากระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ส่วนการปรับแผนธุรกิจปีนี้ค้าปลีกค้าส่งต้องระมัดระวังให้มากขึ้น เพราะคาดว่ากำลังซื้อผู้บริโภคจะซบเซาถึง 2 ไตรมาส ลงทุนทุ่มเม็ดเงินมากๆ ไม่ได้ กำไรอาจลดลง เนื่องจากกำลังซื้อไม่มี ต้องออมแรง"