วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 20-24 มกราคม 2557

เงินบาททยอยอ่อนค่า ขณะที่ หุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นจากแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการ

ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้

อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น

อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง ธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.15% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.25% ทรงตัวเช่นกันจากสัปดาห์ก่อน

ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 27-31 ม.ค. 2557 ธนาคารพาณิชย์จะมีการการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.25%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.35% ในวันศุกร์ ลดลงจากระดับ 3.38% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับตัวในกรอบแคบ โดยลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ จากคาดการณ์ถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก่อนที่จะปรับขึ้นในวันพุธ หลัง กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.25% ก่อนที่จะปรับลดลงอีกครั้งในปลายสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อจากกองทุนในประเทศ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.78% ในวันพฤหัสบดี ลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 2.82% ในสัปดาห์ก่อน ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ปิดทำการในวันจันทร์ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเริ่มเปิดทำการในวันอังคารต่อเนื่องจนถึงวันพุธ จากคาดการณ์ว่าเฟดน่าจะทำการปรับลดขนาดการซื้อพันธบัตรลงอีก 10 พันล้านดอลลาร์ฯ ในการประชุมสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดลงในวันพฤหัสบดี โดยมีแรงซื้อจากนักลงทุน ท่ามกลางความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน หลังเครื่องชี้ภาคการผลิตออกมาน่าผิดหวัง

ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินบาท (Onshore)

เงินบาททยอยอ่อนค่า หลังจากทรงตัวในกรอบแคบๆ ในช่วงต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ดี เงินบาททยอยอ่อนค่าลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ สอดคล้องกับแรงขายสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ท่ามกลางกระแสการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุน ภายหลังจากข้อมูล PMI ภาคการผลิตเดือนม.ค. 2557 ของจีนออกมาน่าผิดหวัง ขณะที่ ตลาดการเงินบางส่วนเตรียมปรับจุดสนใจไปที่การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่กำลังจะมาถึง (วันที่ 28-29 ม.ค.) นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าของปัจจัยการเมืองในประเทศต่อไปอย่างใกล้ชิด

ในวันศุกร์ (24 ม.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.89 เทียบกับระดับ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (17 ม.ค.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (27-31 ม.ค. 2557) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาพัฒนาการของสถานการณ์การเมืองในประเทศ ผลการประชุม FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (28-29 ม.ค.) และความเคลื่อนไหวของสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย รายได้-รายจ่ายส่วนบุคคล เดือนธ.ค. ราคาบ้านเดือนพ.ย. จีดีพีประจำไตรมาส 4/2556 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี PMI เขตชิคาโกเดือนม.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ นักลงทุนในประเทศยังน่าจะติดตามรายงานข้อมูลการค้าระหว่างประเทศและเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยเดือนธ.ค. 2556 ด้วยเช่นกัน

เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ

เงินยูโรแข็งค่าขึ้น โดยเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างจำกัดในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ ก่อนจะทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีแรงหนุนจากดัชนี PMI ของยูโรโซนเบื้องต้นสำหรับเดือนม.ค. ที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ มีปัจจัยลบจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ อาทิ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ปรับเพิ่มขึ้น และการขยับขึ้นน้อยกว่าที่คาดของดัชนีชี้นำเศรษฐกิจและยอดขายบ้านมือสองในเดือนธ.ค. 2556

เงินเยนแข็งค่าขึ้นในฐานะที่เป็นสกุลเงินปลอดภัย โดยเงินเยนทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลก หลังจากมีความวิตกเกี่ยวกับภาคการผลิตและทิศทางเศรษฐกิจจีนในภาพรวม รวมถึงภาวะความปั่นป่วนในตลาดหุ้นและสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่บางประเทศ อนึ่ง เงินเยนถูกกดดันช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ท่ามกลางกระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตรต่อเดือนลงอีกครั้งในการประชุม FOMC กลางสัปดาห์สุดท้ายของเดือนม.ค. 2557

ในวันศุกร์ (24 ม.ค.) เงินยูโรปรับตัวอยู่ที่ระดับ 1.3696 เทียบกับ 1.3539 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (17ม.ค.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 102.19 เทียบกับ 104.29 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า

ตลาดทุน

ตลาดหุ้นไทย

ดัชนี SET ฟื้นตัวขึ้นจากแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการ โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,314.63 จุด เพิ่มขึ้น 1.48% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 13.19% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 29,753.04 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนรายย่อย นักลงทุนต่างชาติ และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 357.46 จุด เพิ่มขึ้น 1.16% จากสัปดาห์ก่อน

ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในวันจันทร์ ท่ามกลางความกังวลการเมือง ก่อนที่จะปรับขึ้นในวันอังคาร โดยมีแรงซื้อเพื่อเก็งกำไรผลประกอบการกลุ่มธนาคาร จากนั้น ตลาดปรับลดลงเล็กน้อยในวันพุธ ตอบรับการประกาศใช้ พรก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ อย่างไรก็ดี ในช่วงปลายสัปดาห์ ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รับข่าวที่ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีขอให้วินิจฉัยว่าสามารถเลื่อนการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.57 ได้หรือไม่

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 27-31 ม.ค. 2557 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนียังคงผันผวน โดยมีโอกาสฟื้นตัวขึ้น ทั้งนี้ คงต้องติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย รวมทั้งการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (เฟด) สำหรับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องชี้ที่อยู่อาศัย ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และ จีดีพี ไตรมาส 4/56 (เบื้องต้น) ขณะที่ประเทศจีนจะมีการรายงานเครื่องชี้ภาคการผลิต (เบื้องต้น) ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,295 ขณะที่ แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,340 และ 1,363 ตามลำดับ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ดัชนี DJIA ปรับลดลงต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลต่อผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยเมื่อวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 16,197.35 จุด ลดลง 1.59% จากสัปดาห์ก่อน หลังจากหยุดทำการในวันจันทร์ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงกลางสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการบริษัทที่ค่อนข้างน่าผิดหวัง ตลอดจนข้อมูลภาคการผลิตของจีนที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาด

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ดัชนี Nikkei ปรับลดลงจากความกังวลเกี่ยวกับการอ่อนค่าของค่าเงินประเทศเกิดใหม่ โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 15,391.56 จุด ลดลง 2.18% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับลดลงในวันจันทร์ โดยมีแรงขายทำกำไรจากนักลงทุน ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ จากมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน แต่ปรับลดลงตลอดช่วงปลายสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากข้อมูลภาคการผลิตจีนที่ซบเซา รวมทั้งแรงขายทำกำไรจากนักลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการอ่อนตัวของค่าเงินประเทศเกิดใหม่