โบรกฯมองเลื่อนเลือกตั้งปัญหายังไม่จบ คาดการเมืองยังร้อนต่อเนื่องไปจนถึงวันเลือกตั้ง เปิดโผหุ้น 3 กลุ่มได้รับผลกระทบการเมืองในวงจำกัด
จากกรณีที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ 8 เสียง ว่าสามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้ ส่วนอำนาจหน้าที่ในการเลื่อนเลือกตั้งนั้น ตุลาการมีมติด้วยคะแนน 7 ต่อ 1 เห็นว่าให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ ครม. โดยนายกรัฐมนตรี และ กกต. โดยประธาน กกต.ที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกันในการหารือเพื่อออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่
นางภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นในไทยสัปดาห์หน้ายังถูกกดดันจากสถานการณ์การเมืองในประเทศต่อเนื่อง แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมามาแล้วว่า สามารถเลื่อนวันเลือกตั้งได้ โดยให้เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลภายใต้การหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งในประเด็นนี้ เราแยกออกเป็น 3 ส่วน
ส่วนแรกเป็นความชัดเจนว่า การเลื่อนกำหนดการเลือกตั้งออกไปสามารถดำเนินการได้ ส่วนที่ 2 คือ องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ได้แก่ คณะรัฐมนตรี และส่วนที่ 3 ในการจราพระราชกฤษฎีกาใหม่ กำหนดให้นายกรัฐมนตรีกับประธาน กกต. หารือและร่วมกันรับผิดชอบ หากประเมินถึงผลในทางปฎิบัติต้องพิจารณาจากประการแรกว่า รัฐบาลจะตัดสินใจให้มีการเลื่อนกำหนดการเลือกตั้งออกไปหรือไม่ หากรัฐบาลไม่เลื่อนเลือกตั้งทุกอย่างก็ต้องเข้าสู่กระบวนการเดิม คือ เลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 ต่อไป ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน ประเมินว่า ในเบื้องต้นน่าจะเป็นแนวทางการกำหนดวันเลือกตั้งเดิม แต่หากผิดจากที่คาด คือ รับบาลต้องการเลื่อนเลือกตั้งและต้องหารือกับประธาน กกต. เพื่อสรุปว่าจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปนานแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม มองว่า มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะยืนยันการเลือกตั้งตามกำหนดการณ์เดิม ทำให้การเมืองยังกดดันตลาดหุ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวสัปดาห์หน้าไว้ที่ 1,288-1,333 จุด หากดัชนียืนเหนือ 1,333 จุด ได้ มีโอกาสปรับขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยแนะนำลงทุนหุ้น PTTGC และ CPF
ด้านนายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดฯปรับตัวขึ้น เนื่องจากความคาดหวังเชิงบวก ต่อคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้เลื่อนการเลือกตั้งได้ อย่างไรก็ตาม การที่ดัชนีปรับขึ้นถือเป็นจังหวะที่จะขายทำกำไรออกไปก่อน เนื่องจากมองว่าสถานการณ์การเมืองจะยัง ไม่จบ แม้ว่าจะมีเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยังถูกกดดันจากปัจจัยด้านการเมือง แม้จะมีการเลื่อนเลือกตั้ง แต่ปัญหาการเมืองก็ยังไม่หมด เนื่องจากกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลก็ยังชุมนุม ต่อไป ขณะที่ภาคเอกชนก็ต้องการให้รัฐบาล ยกเลิกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้นการที่ราคาหุ้นปรับขึ้น จึงเป็นโอกาส ที่จะขายทำกำไรออกมาก่อน
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นในสัปดาห์หน้า คาดว่าดัชนีจะผันผวนไปจนถึงปรับตัวลง ตามแรงขายทำกำไร รวมถึงสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมธนาคารกลาง สหรัฐ(เฟด) ซึ่งคาดว่าจะปรับลดวงเงินมาตรการประตุ้นเศรษฐกิจลงอีก จึงส่งผลกระทบ ต่อตลาดหุ้น โดยดัชนีตลาดหุ้นจะมีแนวรับที่ 1,280 ส่วนแนวต้านที่ 1,320 และ 1,330
ขณะที่บทวิเคราะห์ บล.ธนชาต ระบุว่า ปัญหาการเมืองที่ยกระดับขึ้นจากความ “ร้อนแรง” เป็น “รุนแรง” และคาดว่าจะรุนแรงมากขึ้นก่อนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.นี้ ถือว่าเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการลงทุนช่วงสัปดาห์นี้ และถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่เป็นตัวกำหนดเงื่อนไขในการเลือกกลุ่มหุ้นลงทุนช่วงนี้ โดยเรายังแนะนำ กลุ่มหุ้น 3 กลุ่มหลักที่คาดว่าจะ Outperform ตลาด ได้แก่ 1) กลุ่มหุ้นที่ผลการดำเนินงานได้รับผลกระทบทางการเมืองจำกัด 2) กลุ่มหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง และ 3) กลุ่มหุ้นที่ได้รับผลดีจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง และเศรษฐกิจ โลกฟื้นตัว ซึ่งได้แก่ BTS, CPF, DELTA, DTAC, GFPT, INTUCH, และ PTTEP









