แนวโน้มกำไร 4Q56 โดดเด่น จาก Gross margin ที่เพิ่มขึ้น และหนี้สูญโอนกลับ
แม้เหตุชุมนุมทางการเมือง จะทำให้การขนส่งคอนกรีตเข้า Site งานในพื้นที่กรุงเทพต้องล่าช้าไปบางจุด แต่โดยภาพรวมเชื่อว่าการรับรู้รายได้ในงวด 4Q56 จะปรับตัวลดลงไม่มากเทียบกับงวด 3Q56 ที่มีรายได้ 388 ล้านบาท เนื่องจากมีรายได้ของบริษัทลูกคือ Excelon ที่รับงานก่อสร้าง Warehouse เข้ามามากขึ้น
โดยคาดว่า PYLON จะมีรายได้ในงวด 4Q56 ที่ 345 ล้านบาท ลดลง 11%QoQ ขณะที่ Gross Margin เฉลี่ยคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 23.3% เพราะรายได้ส่วนใหญ่ในงวด 4Q56 เป็นงานที่ PYLON รับเฉพาะค่าแรง ซึ่งให้ gross margin สูง
ส่วนรายได้อื่นๆ น่าจะเพิ่มขึ้นชัดเจน หลัง PYLON ได้รับชำระเงินจากลูกหนี้ที่เคยตั้งสำรองหนี้สูญในอดีตคืนกลับมา 4.5 ล้านบาท ในเดือน ธ.ค. 56 โดยที่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่ได้มีรายการใดเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงคาดว่างวด 4Q56 PYLON จะมีกำไรสุทธิ 49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5%QoQ
ปัญหาการเมืองยังไม่ส่งผลกระทบชัดเจน การรับงานใหม่ยังมีเข้ามาต่อเนื่อง
ความไม่สงบทางการเมืองในปัจจุบัน ส่งผลต่อการตัดสินใจเปิดโครงการใหม่ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็ก แต่สำหรับบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ไม่ว่าจะเป็น PS, LPN, AP และ LH ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของ PYLON ต่างมีแผนการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ ในปี 2557 จำนวนมาก ทำให้ PYLON ยังคงได้รับการติดต่อให้เข้าไปเสนอราคาอย่างสม่ำเสมอ
โดยในเดือน ม.ค. PYLON ได้รับงานใหม่เพิ่มเข้ามาถึง 380 ล้านบาท เทียบกับภาวะปกติที่ PYLON จะหางานได้ประมาณ 70-80 ล้านบาท/เดือน งานใหญ่คือ โครงการแลนด์มาร์ค วอเตอร์ฟร้อนท์ มูลค่า 280 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบัน PYLON มี Backlog สูงถึง 1,063 ล้านบาท จะรับรู้รายได้ในปี 2557 จำนวน 900 ล้านบาท หรือคิดเป็น 60% จากประมาณการรายได้ทั้งปี ที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ โดยในปี 2557 PYLON จะมีกำไรพิเศษเพิ่มเติมอีก 13 ล้านบาท จากลูกหนี้สูญในอดีต คือ PAE ที่ ตกลงทยอยผ่อนชำระคืนหนี้ เฉลี่ย 3 ล้านบาท/ไตรมาส ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
Upside ราคาหุ้น และ Dividend Yield น่าสนใจ แนะนำ ซื้อ
ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรสุทธิปี 2556 ไว้ที่ 168 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา และจะเพิ่มเป็น 185 ล้านบาท ในปี 2557 โดยฐานะการเงินที่แข็งแกร่งอย่างมาก จากเงินสดในมือ ณ สิ้นปี 2556 ที่มีสูงถึง 160 ล้านบาท คาดว่า PYLON น่าจะจ่ายเงินปันผลได้ที่อัตรา 0.36 บาท/หุ้น หรือคิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 6.67% ฝ่ายวิจัยแนะนำ ซื้อ ประเมิน Fair Value อิง PER 12 เท่า จะให้ราคาเหมาะสมที่ 7.48 บาท มี Upside จากราคาปัจจุบันอีก 38.5%









