สมาคมมีเดียฯประเมินงบโฆษณาผ่านสื่อปี 57 โต 5% มูลค่า 1.46 แสนล้าน คาดงบโฆษณาเคเบิลทีวี-ทีวีดาวเทียมย้ายลง"ทีวีดิจิทัล"
การออกอากาศโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) เริ่มต้นจาก 24 ช่อง ประเภทบริการธุรกิจในเดือน เม.ย.นี้ ส่งผลต่อการกระจายตัวของผู้ชมแพลตฟอร์มโทรทัศน์ในประเทศไทย และการใช้จ่ายงบโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ในปีนี้ โดยเฉพาะกลุ่มสื่อทีวี 3 แพลตฟอร์มหลัก คือ ฟรีทีวี เคเบิล/ทีวีดาวเทียม และทีวีดิจิทัล
นางวรรณี รัตนพล นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย หรือ MAAT เปิดเผยว่า ภาพรวมการซื้อสื่อโฆษณาปี 2556 เติบโต 3% รวมมูลค่า 135,806 ล้านบาท ถือเป็นการเติบโตในอัตราไม่สูง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ และการลดงบประมาณของเจ้าของสินค้ารายใหญ่ เช่น พีแอนด์จี ลดลง 14% ลอรีอัล ลดลง 13% หากพิจารณารายกลุ่มสินค้า พบสกินแคร์ ลดลง 1% ค้าปลีกลดลง 8%
สำหรับปี 2557 คาดการณ์อุตสาหกรรมโฆษณามีมูลค่า 1.46 แสนล้านบาท เติบโต 5% อ้างอิงจากประมาณการจีดีพีปีนี้เติบโต 4% และสภาพเศรษฐกิจที่น่าจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง และการขึ้นราคาของสื่อ โดยสื่อฟรีทีวี ปรับขึ้น 7% หนังสือพิมพ์ 1% นิตยสาร 3% สื่อในโรงภาพยนตร์ 2% สื่อเคลื่อนที่และอินโสตร์ 9% และอินเทอร์เน็ต 15%
ทีวีดิจิทัลปีแรก4.3พันล้าน
การเตรียมออกอากาศของทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจ 24 ช่องแรกเดือนเม.ย.นี้ ภายใต้การบังคับใช้หลักเกณฑ์ Must Carry คาดว่ากลุ่มผู้ชมจะรับชมทีวีดิจิทัล ช่องใหม่จากแพลตฟอร์มเคเบิลและทีวีดาวเทียมเป็นหลัก เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึงกลุ่มผู้ทีวีสัดส่วน 60-70% ส่งผลให้เกิดการกระจายตัวของฐานผู้ชมทีวี ทั้ง 3 แพลตฟอร์ม คือ ฟรีทีวี เคเบิล/ทีวีดาวเทียม และทีวีดิจิทัล
นางวรรณี กล่าวอีกว่า เนื่องจากทีวีดิจิทัล เริ่มออนแอร์ในเดือนเม.ย. ประกอบกับแผนการขยายโครงข่ายทีวีดิจิทัล (Mux) ปีแรกอยู่ที่สัดส่วน 50% คาดว่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อทีวีดิจิทัลปีแรกจะอยู่ที่ 4,300 ล้านบาท เป็นงบโฆษณาจากช่องทีวีดาวเทียมเดิม ที่ชนะประมูลและย้ายแพลตฟอร์มไปออกอากาศในทีวีดิจิทัล เช่น ช่องเวิร์คพอยท์ อาร์เอส ช่องทีวีดิจิทัลกลุ่มข่าว คาดว่ากลุ่มนี้จะครองสัดส่วน 80% ของงบโฆษณาทีวีดิจิทัล
"งบโฆษณาทีวีดิจิทัลปีแรก เชื่อว่าจะโยกย้ายมาจากแพลตฟอร์มสื่อทีวีด้วยกันเอง โดยเฉพาะเคเบิลและทีวีดาวเทียม รวมทั้งสื่ออื่นๆ ไม่ว่า วิทยุ หรือนิตยสาร"
ผู้ชมทีวีดิจิทัลปีแรก13%
นายรัฐกร สืบสุข กรรมการ สมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากแผนการส่งสัญญาณโครงข่ายทีวีดิจิทัล ปีแรกที่ 50% ของครัวเรือนไทยจำนวน 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ คาดปีแรกกรณีที่มีผู้ชมทีวีดิจิทัลมากที่สุดจะมีส่วนแบ่งการตลาด 13% ของฐานผู้ชมทีวีจากแพลตฟอร์มฟรีทีวี เคเบิล/ทีวีดาวเทียม และทรูวิชั่นส์
อย่างไรก็ตาม หลังจากโครงข่ายเริ่มขยายการส่งสัญญาณเพิ่มขึ้นในปีที่สองในอัตรา 80-90% ของจำนวนครัวเรือนไทยทั่วประเทศ รวมทั้งแพลตฟอร์มเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมสามารถเข้าถึงครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นเป็น 75% จะเป็นปัจจัยขยายฐานผู้ชมทีวีดิจิทัลในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 50-60%
นางวรรณี กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากทีวีดิจิทัล เริ่มออกอากาศในปีนี้ โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีแผนจะยุติระบบโทรทัศน์อนาล็อกภายใน 5 ปี คาดว่าหลังจากนี้โฆษณาฟรีทีวี อนาล็อกจะเริ่มโตแบบถดถอย นับจากปีนี้เป็นต้นไป ซึ่งสมาคมฯ คาดการณ์งบโฆษณาฟรีทีวี เติบโต 2% คิดเป็นมูลค่า 70,000 ล้านบาท
นีลเส็นวัดเรทติ้งทีวีดิจิทัล
นายสินธุ์ เภตรารัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้นำเสนอการทำวิจัยกลุ่มเสริม นอกเหนือจากการทำวิจัยกลุ่มหลัก ที่เคยจัดทำและรายงานผลสำรวจเรทติ้งประจำปี เพื่อปรับแผนงานให้รองรับกับการเข้าสู่ยุคทีวีดิจิทัล ทั้งนี้ รูปแบบวิจัยกลุ่มเสริมจะสำรวจและวัดผลเพิ่มเติมการเข้าถึงหรือรับชมทีวีดิจิทัลของผู้ชม รวมถึงคุณภาพของระบบออกอากาศ โดยจากข้อมูลกฎมัสท์แครี่ (Must Carry)
คาดว่าจะเริ่มวัดเรทติ้งทีวีดิจิทัลในเดือน เม.ย. นี้ โดยใช้กลุ่มสำรวจจากบ้านตัวอย่าง (Sampling Size) เพิ่มขึ้น จากเดิม 1,800 ครัวเรือน หรือ 6,300 คน ซึ่งตั้งเป้าหมายเพิ่ม 200 ครัวเรือน ภายในปีนี้ และจะครบจำนวน 2,200 ครัวเรือน หรือ 7,000 คนภายในปี 2558 ส่วนการเพิ่มกลุ่มตัวอย่างจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับช่องทีวีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ก่อนที่สัญญาณทีวีดิจิทัลจะครอบคลุมทั่วประเทศ 100%
โดยจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่จะเพิ่มขึ้นรวม 400 ครัวเรือน ถือเป็นสัดส่วนที่นักสถิติประเมินว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม ในช่วงเริ่มต้นการสำรวจ นีลเส็น จะเป็นผู้ลงทุนสำรวจกลุ่มตัวอย่างเพิ่มเติม หลังจากนั้นคาดว่า ทาง กสทช.และแต่ละช่องทีวีดิจิทัล จะเข้ามาร่วมสนับสนุนหรือมาสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับบริการข้อมูลการสำรวจดังกล่าว
"ข้อมูลจากวิจัยเรทติ้งผู้ชม จะช่วยให้การใช้งบโฆษณาผ่านสื่อของสินค้าและเอเยนซี่ มีประสิทธิภาพในการลงทุนมากขึ้น"
นอกจากนี้บริษัทจะจัดทำผลสำรวจพฤติกรรมการเลือกใช้แพลตฟอร์มต่างๆของผู้บริโภค ทั้ง ทีวี สมาร์ทโฟนแทบเล็ต และคอมพิวเตอร์ เพื่อประเมินไลฟ์สไตล์หรือพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภค ซึ่งเริ่มทำในออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์แล้ว ส่วนในสหรัฐมีการสำรวจในลักษณะเดียวกัน ในลักษณะเฉพาะ (Single Source) โดยติดตั้งเครื่องมอนิเตอร์วัดผลพฤติกรรมคนดูตามครัวเรือน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ส่วนในประเทศไทย จะใช้วิธีวัดผลด้านเข้าถึงคอนเทนท์ ในรูปแบบมัลติสกรีน








