วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ท่องเที่ยวผวาต่างชาติยกระดับเตือนไทยเสี่ยงสูง

ธุรกิจท่องเที่ยวผวาต่างชาติเผ่น ยกระดับเตือนมาไทยเสี่ยงสูง ผลพวงรัฐบาลงัดพ.ร.ก.ฉุกเฉินคุมม็อบ กปปส.

สุธี สุภาพร ผู้ช่วยเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมประเมินผลกระทบจากการออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลรักษาการ หัวข้อ "ผลพวงพ.ร.ก.ฉุกเฉินกับธุรกิจท่องเที่ยว"ในรายการBusiness Talk ทางกรุงเทพธุรกิจทีวี

สุธี บอกว่า เมื่อครั้งรัฐบาลประกาศ พรบ.ความมั่นคงฯ ก็มีประเทศต่างๆ ได้ออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวังความปลอดภัยในพื้นที่การชุมนุม จำนวน 46 ประเทศ แต่เมื่อการชุมนุมไม่มีความรุนแรงก็ทำให้หลายประเทศเริ่มยกเลิกประกาศ ส่วนการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินรอบนี้เชื่อว่าคงจะมีหลายประเทศยกระดับการเตือนนักท่องเที่ยวให้ระมัดระวังมากขึ้น ซึ่ง ฮ่องกงเป็นประเทศแรกที่ยกระดับการเตือนนักท่องเที่ยวโดยห้ามนักท่องเที่ยวฮ่องกงเข้ามาในประเทศไทย เพราะนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ตัดสินใจเข้ามาอาจจะชะลอหรือยกเลิกการเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

ทั้งนี้ในช่วงที่ยังไม่มีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯแม้จะมีการชุมนุมและปิดพื้นที่กรุงเทพฯฯถึง 7 จุดก็ตาม แต่เมื่อเป็นการชุมนุมอย่างสงบไม่มีความรุนแรง ก็ทำให้ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาดูภาพการชุมนุมที่ไม่รุนแรง แต่เมื่อรัฐบาลออกประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็ต้องรอดูว่าจะมีกี่ประเทศที่ยกระดับการเตือนนักท่องเที่ยวของตัวเองไม่ให้เดินทางมาประเทศไทยเพราะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูง

"ขณะนี้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวพยายามมองในแง่ดี และคิดว่าการออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯอาจจะทำให้ปัญหาการเมืองที่วุ่นวายจบหรือหาข้อยุติได้เร็วขึ้น โดยไม่มีความรุนแรง ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีหรือไม่ แต่ก็คาดหวังว่าจะให้เหตุการณ์สิ้นสุดโดยเร็ว " สุธีระบุ

สุธี ยังบอกว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองมาตลอด เรียกว่าบอบช้ำมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จากที่เคยมีความหวังว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี จาก 25 ล้านคนเป็น 30 ล้านคน ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจต่อเนื่อง อาทิเช่น โรงแรม ธุรกิจเรือนำเที่ยว มัคคุเทศก์ ตั้งเป้าจะขยายการลงทุน ต้องชะลอการลงทุนไปก่อน

"ตอนนี้ธุรกิจท่องเที่ยวจากต้นปีก่อน คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตราว 30% แต่ตอนนี้เรียกลดลงต่อเนื่อง หากสถานการณ์การเมืองยังหาจุดจบไม่ได้ ทั้งนักท่องเที่ยวจากยุโรป เอเชีย ที่ความอ่อนไหวในเรื่องความปลอดภัยมาก "

อย่างไรก็ตามในส่วนของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้มีการหารือกันให้ปรับเปลี่ยนบทบาทสภาฯมาเป็นผู้ให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ โดยจัดตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (Tourist Friend Center) ในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน และนักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบและเดือดร้อน โดยปัจจุบันมีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯราว 3 พันคน นอกจากนั้นยังพยายามแนะนำให้บริษัทท่องเที่ยว (ทัวร์) วางแผนปรับเปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยวไปในพื้นที่อื่นๆในต่างจังหวัด เช่น พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต เนื่องจากพื้นที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯได้รับผลกระทบในเรื่อง

เส้นทางจราจร

" ช่วงแรกที่มีการชุมนุมนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่ถูกกระทบ เพราะการชุมนุมยังไม่มีความรุนแรง แต่เมื่อมีเหตุการณ์ปาระเบิดก็ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นตระหนกไปบ้าง และเริ่มกังวล เห็นได้จากธุรกิจเรือโดยสารท่องเที่ยวในแม่น้ำเจ้าพระยาของผมที่จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเริ่มลดลงไปบ้าง และยิ่งตอนนี้มีการชุมนุมจากกลุ่มต่างๆ หลายฝ่าย ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเสี่ยงของนักท่องเที่ยวไปแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กๆ เริ่มเดือดร้อนเพราะได้รับผลกระทบบ้าง " สุธีย้ำ