วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาตลาดทุนต้านพรก.ฉุกเฉิน ซ้ำเติมวิกฤติ

สภาตลาดทุนต้านพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซ้ำเติมความเชื่อมั่น ชี้เศรษฐกิจไทยมีความเปราะบางมากกว่าวิกฤติครั้งก่อน ถ้าจบอย่างสันติ-เร็ว กระทบศก.ไม่มาก

สภาธุรกิจตลาดทุนไทยได้ออกแถลงการณ์ในวันนี้ (23 มกราคม 2557) ระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้เป็นวิวัฒนาการของระบบการปกครองที่เคยเกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศ แม้จะก่อให้เกิดความตึงเครียดในสังคมไทย แต่ส่วนดีที่สุดที่มองเห็นคือความตื่นตัวอยากมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน กับความเห็นพ้องต้องกันของทุกภาคส่วนในเรื่องจะต้องป้องกัน ต่อต้าน และเอาผิดเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี

สำหรับพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เห็นว่าจะซ้ำเติมความไม่มั่นใจของนักลงทุนและการทำมาค้าขาย การใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนได้ จึงขอให้พิจารณาใช้ด้วยความระมัดระวัง

นอกจากนี้ สภาธุรกิจตลาดทุนไทยยังเห็นว่า เราผ่านวิกฤติมาหลายครั้ง ทั้งด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ รวมไปถึงภัยธรรมชาติต่างๆ แต่ในที่สุด เราก็ผ่านมันไปได้เพราะความเข้มแข็งของภาคธุรกิจกับความแข็งขันในการฟื้นฟูประเทศร่วมกันของภาคประชาชน ดังนั้น หากภาคธุรกิจกับภาคประชาชนจะช่วยกันดำเนินธุรกิจและใช้ชีวิตประจำวันกับใช้โอกาสปรับปรุงกิจการภายใน ก็จะมีส่วนช่วยประคองสถานการณ์ในขณะที่ภาคส่วนอื่นยังอ่อนแออยู่

ส่วนมุมมองต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะสั้น สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เห็นว่าจะมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจจริง อาทิ การท่องเที่ยวซึ่งมีธุรกิจบริการและอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกหลายกลุ่ม นอกจากนี้ ภาคการเงินและการลงทุนก็ได้รับผลกระทบระยะสั้นไปด้วย เนื่องจากเมื่อเทียบภาวะเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันกับในอดีตซึ่งเคยเกิดวิกฤตใหญ่มา 3 ครั้งก่อนหน้า ได้แก่ วิกฤตในปี 2535 2551 และปี 2553 เราพบว่าปัจจุบันเศรษฐกิจไทยมีความเปราะบางมากกว่าวิกฤตในครั้งก่อนๆ แต่ถ้าสถานการณ์จบลงได้โดนสันติในเร็ววันก็จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่มาก

ทั้งนี้ นักลงทุนที่มีความเข้าใจเรื่องการลงทุนอย่างแท้จริงมักเป็นผู้มองเห็นโอกาสในวิกฤตทุกครั้ง จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่นักลงทุนระยะยาวสามารถสรรหากิจการที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีโอกาสในการเติบโต ในราคาซื้อขายที่เหมาะสมต่อการลงทุน

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย อันประกอบไปด้วย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน สมาคมบริษัทจัดการลงทุน สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะยุติลงโดยเร็วด้วยความสันติ และมีเป้าหมายไปที่ผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่จะด้วยวิธีการใดนั้นทุกฝ่ายควรจะเข้าใจว่าไม่มีใครได้ทั้งหมด และไม่มีใครทนเสียอะไรได้ทุกอย่าง ดังนั้น การทำความเข้าใจในความคิด ความรู้สึกของประชาชนที่คิดต่างกัน จึงเป็นสิ่งดีที่สุดที่จะทำให้สันติเกิดขึ้น