โรงแรมเซ็นทรัล เตรียมปรับกลยุทธ์ลดราคาห้องพัก หลังรัฐประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินทำนักท่องเที่ยวหด ผู้บริหารเร่งเพิ่มรายได้ธุรกิจต่างประเทศ
จากกรณีที่รัฐบาลมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.รักษาความมั่นคงฉุกเฉินนั้น นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัทโรงแรมเซ็นทรัลพลาซา หรือ CENTEL เปิดเผยว่า จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรม และธุรกิจท่องเที่ยว โดยจะทำให้อัตราการเข้าจองห้องพักปรับลดลงไปอีก จากเดิมที่มีความไม่สงบทางการเมือง ส่งผลกระทบต่ออัตราการเข้าพักโรงแรมในเขตกรุงเทพฯ ลดลงในเดือนม.ค.นี้
ส่วนที่ผ่านมา ความไม่สงบในประเทศ ส่งผลให้หลายประเทศประกาศคำเตือนนักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้ามายังไทย การที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะทำให้เพิ่มระดับการเตือนจากรัฐบาลต่างชาติ ให้คนในประเทศระมัดระวังเพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้บริษัทประกันต่างๆ ออกมาประกาศจะไม่ครอบคลุมและรับผิดชอบความสูญเสียที่เกิดจากการชุมนุม หากนักท่องเที่ยวเข้ามาพื้นที่ชุมนุม ส่งผลกระทบโดยตรงในธุรกิจท่องเที่ยว
หากสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อแผ่กระจายไปยังต่างจังหวัด ซึ่งปัจจุบันต่างจังหวัด มีกลุ่มผู้ชุมนุมเพิ่มมากขึ้น ทำให้รัฐบาลอาจจะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินครอบคลุมถึงเขตต่างจังหวัด ซึ่งอาจจะส่งผลลบต่อภาคการท่องเที่ยวมากขึ้น แต่มองว่ารัฐบาลคงจะไม่ประกาศเพราะจะกระทบต่อหลายธุรกิจ
นอกจากนี้แผนการลงทุนของบริษัท ยังมีการกระจายความเสี่ยง โดยหันไปเน้นบริหารโรงแรมในต่างประเทศ อย่างโรงแรม 2 แห่ง ที่มัลดีฟ ซึ่งปี 2556 คาดจะมีรายได้ประมาณ 800-900 ล้านบาทนั้น และปีนี้คาดว่ารายได้จากโรงแรมที่มัลดีฟจะสูงกว่าปีก่อน ซึ่งถือว่ารายได้จากส่วนนี้จะช่วยชดเชยรายได้ที่หายไป
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินผลการดำเนินงานของโรงแรมเซ็นทรัลพลาซา ช่วงไตรมาส 4 แม้จะมีผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองช่วงเดือนพ.ย.2556 ต่อเนื่องมานั้น เชื่อว่าจะยังไม่กระทบกับผลการดำเนินงานบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากทางโรงแรมมีการกระจายพอร์ตการลงทุนที่ดี ทั้งมีร้านอาหาร และการลงทุนโรงแรมในต่างประเทศด้วย
แต่เมื่อรัฐบาลออกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมา จะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทแน่นอน เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวน่าจะปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงไตรมาส 1 ซึ่งถือว่าเป็นไตรมาสที่สำคัญมากของบริษัท เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่น ของการท่องเที่ยว แม้โรงแรมที่อยู่ในกรุงเทพฯ จะมีสัดส่วนรายได้ 10% ของรายได้รวมทั้งหมดก็ตาม ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าอาจมีการปรับลดประมาณการกำไรบริษัทลง รวมถึงปรับลดราคาเป้าหมายของบริษัทลงด้วย แต่ทั้งนี้ต้องรอดูผลประกอบการไตรมาส 4 ของบริษัทอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับการลงทุนในหุ้นของบริษัทนั้น ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลดลงแรงมาก หลังจากที่มีความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง ทำให้ราคาหุ้นมีความน่าสนใจอย่างมากที่จะลงทุน แม้มีความเสี่ยงจะปรับลดประมาณการราคาหุ้นลงก็ตาม และเมื่อความขัดแย้งทางการเมืองมีความคลี่คลายเชื่อว่า จะส่งผลให้ราคาหุ้นของเซ็นเทลดีดตัวขึ้นแรงได้อีกครั้ง









