มอง Downside กรณีมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินจำกัด แต่ถ้าปิด 1,280 จุด ไม่ได้เป็นสัญญาณขายสั้นๆ
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ ล่าสุดมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งในเชิง Downside เราประเมินว่าในกรณีที่ SET กลับไปปิดต่ำกว่า 1,280 จุด จะส่งผลให้ SET มีโอกาสกลับมาเหวี่ยงตัวในกรอบ 1275-1,240 จุดเพื่อสร้างฐานอีกครั้ง (ปิดไม่ต่ำกว่าเหวี่ยงต่อ 1,285-1,300 จุด) อย่างไรก็ดีเราประเมินผลกระทบต่อ SET ในกรณีประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯอย่างเดียว (ไม่รวมปัจจัยอื่น) ไว้ค่อนข้างจำกัดที่ราว 1,270-1,260 จุด เนื่องจากสถิติพบว่าหลังการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 6 ครั้งที่ผ่านมา (พ.ศ.2548-2553) SET ปรับตัวลงเฉลี่ย 0.9% และ 1.0% หลังการประกาศใช้ 1 วัน และ 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะปรับตัวขึ้น 3.4% หลังการประกาศใช้ 1 เดือน ขณะที่เรายังคงให้น้ำหนักกับการเลื่อนการเลือกตั้ง และสถานะของนายกรัฐมนตรีเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่จะส่งผลให้ SET หมุนลงไปต่ำกว่า 1,260 จุดมากกว่า โดยที่ในระยะสั้นเราแนะนำให้จับตาความเป็นไปได้ที่ประธาน กกต. จะนำประเด็นการเลื่อนการเลือกตั้งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาชี้ขาดในภายสัปดาห์นี้
- อย่างไรก็ดีจากสถิติของ SET พบว่าความเสี่ยงคือการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิออกมามากที่สุด ในจำนวนกฎหมายความมั่นคงที่มีอยู่ 3 ฉบับ หรือโดยเฉลี่ยราว 4.4 และ 7.8 พันล้านบาทหลังการประกาศใช้ 1 สัปดาห์ และ 1 เดือน ขณะที่ในส่วนของการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ 7 ครั้งที่ผ่านมา (พ.ศ.2550-2555) พบว่านักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเข้ามาเฉลี่ย 2.8 และ 11.8 พันล้านบาทหลังการประกาศใช้ 1 สัปดาห์ และ 1 เดือน และการประกาศใช้ พ.ร.บ.กฎอัยการศึกฯครั้งล่าสุด (พ.ศ.2549) พบว่านักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเข้ามาเฉลี่ยถึง 7.7 และ 17.1 พันล้านบาทหลังการประกาศใช้ 1 สัปดาห์ และ 1 เดือน
- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) ตราบใดที่ SET ไม่กลับไปปิดต่ำกว่า 1,285 (+/-5) จุดอีกครั้ง แนะนำ “ถือ” หรือ “อ่อนตัวซื้อ” อย่างไรก็ดีต้องมีจุด Cut Loss ที่บริเวณ 1,280 จุดด้วย ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) จากความเสี่ยงทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่ แนะนำ “ถือหุ้นเพียง 50% ของพอร์ต” ต่อไป โดยเน้นไปที่หุ้น Top Picks ไตรมาสที่ 1 ได้แก่ SAMART, GLOBAL, VGI, HEMRAJ, SPALI, PTTEP และ GLOW









