วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นสายการบินเนื้อหอม กองทุนมาเลย์ฯสน

นักลงทุนในมาเลเซีย สนใจหุ้นสายการบิน หลังร่วงลงแรงจากวิกฤติการเมือง แม้แนวโน้มการแข่งขันด้านราคาสูง เล็ง นกแอร์ เอโอที ชี้มีโอกาสโตระยะยาว

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากการที่บล.ได้มีการพบกับนักลงทุนสถาบันของประเทศมาเลเซีย 13 แห่ง ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ผู้จัดการกองทุนประเทศมาเลเซียประเมินหุ้นในกลุ่มสายการบินนั้นมีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในมาเลเซียในปีที่ผ่านมา โดยประเมินว่าสายการบินไทยประสบปัญหาภาวะอุปทานส่วนเกิน จนเกิดการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง

ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุน มีมุมมองที่กังวลต่อปัญหาทางการเมืองของไทย ที่หากไม่มีความคลี่คลายได้ในครึ่งปีแรก ก็จะมีผลกระทบต่อการเติบโตของจีดีพีไทย ในปี 2557 อาจส่งผลต่อปริมาณการจราจรทางอากาศที่จะเติบโตเพียง 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ทั้งนี้ผู้จัดการกองทุนยังมีความเชื่อมั่นต่อภาพการเติบโตของไทยในระยะยาว เนื่องจากมีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่ดี และเชื่อว่า ความผันผวนของราคาหุ้นไทย ในช่วงนี้ไปจนถึงการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ น่าจะเป็นโอกาสที่จะเข้าซื้อหุ้นในระดับราคาที่ต่ำ และเหมาะสมที่จะลงทุนในระยะยาว

หุ้นที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุดนั้น คือหุ้นของ บริษัท สายการบิน นกแอร์ (NOK) หุ้นของบริษัท การท่าอากาศยานไทย ( AOT) และหุ้นของ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (BAFS) โดยหุ้นของ NOK นั้น นักลงทุนมีมุมมองว่า วิธีการลงทุนที่แตกต่างจากสายการบินอื่น และมีการตลาดที่เฉพาะตัว ทำให้มีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารที่สูงตลอดเวลา และมีอำนาจในการควบคุมราคาที่ดีกว่าสายการบินทั่วไป ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาระดับกำไรสุทธิได้ค่อนข้างดี อีกทั้งยังมีการจ่ายเงินปันผลที่สูง และเป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจในการปรับพอร์ตเข้ามาลงทุน

ขณะที่หุ้น AOT นั้น ผู้จัดการกองทุนมีมุมมองที่บวกในการลงทุนระยะยาว โดยอยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมที่จะเข้าลงทุนเพิ่มเติม แต่ปัญหาทางการเมืองทำให้ต้องรอดูสถานการณ์ออกไปก่อน โดยหากพิจารณาเฉพาะในช่วงปี 2554 ถึงปัจจุบันนั้น จะพบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังสนามบินนั้นมีการเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 20 ล้านคน จากก่อนหน้าที่ 14-15 ล้านคน ซึ่งถือว่ามีความน่าสนใจในการลงทุนเพิ่ม ซึ่งราคาหุ้นของAOT นั้นน่าสนใจที่จะลงทุนเพิ่มเติมเมื่อเห็นสัญญาณของการคลี่คลายทางการเมือง

สำหรับหุ้น BAFS นั้นผู้จัดการกองทุนมีความสนใจ เนื่องจากมีประโยชน์ในการลงทุนระยะยาวลักษณะเช่นเดียวกับ AOT เพราะให้บริการเสมือนธุรกิจผูกขาดสำหรับการให้บริการเติมน้ำมันในสนามบินดอนเมือง หรือสนามบินสุวรรณภูมิ โดยอิงกับปริมาณการจราจรทางอากาศเป็นหลัก แม้ในด้านราคาการบริการมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ยาก แต่การอยู่ในกระแสขาขึ้นของธุรกิจในระยะยาวของอุตสาหกรรมบินโลก

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินของบล.สำหรับผลการดำเนินงานของหุ้นในกลุ่มสายการบินในปี 2557 นั้นพบว่า อุตสาหกรรมการบินของไทยของไทยมีแนวโน้มอุปสงค์ที่จะเติบโตชะลอลง จนเริ่มเห็นสัญญาณอุปทานส่วนเกินตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา อีกทั้งการเปิดตัวสายการบินต่ำน้องใหม่ อย่าง THAI LION AIR ทำให้การแข่งขันด้านราคามีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดจะทำให้การเติบโตของกำไรภาพรวมธุรกิจมีแนวโน้มลดลง โดย NOK จะสามารถประคองตัวและสามารถเอาตัวรอดจากการแข่งขันด้วยแนวทางธุรกิจของตัวเองได้ ส่วนAOT นั้นฐานกำไรยังสามารถยืนได้ในระดับที่สูง ขณะที่ราคาหุ้นเริ่มกลับลงมาอยู่ระดับที่น่าสนใจ แต่กังวลจากปัญหาด้านการเมืองยังคงเป็นความเสี่ยงที่ละเลยไม่ได้

ด้านนายปัญญา ชุติวิริวงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเดินทางเพื่อไปให้ข้อมูลกับนักลงทุนต่างชาติ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเติบโตของบริษัทได้

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่าฝ่ายวิจัยคาดผลประกอบการไตรมาส 4 ปี2556 ลดลง 9%จากงวดไตรมาส 3 ปี2556 ผลจากปัจจัยความไม่สงบทางการเมืองและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากเงินบาทที่อ่อนค่าและการรับมอบเครื่องบินระหว่างไตรมาส และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องใน ไตรมาส1ไตรมาส2557 แต่การขยายฝูงบินต่อเนื่องในปี 57-58 ยังสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการ ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบัน ค่อนข้างถูกและให้อัตราผลตอบแทนปันผลจูงใจกว่าปีละ 5%-6%

แม้ช่วงไตรมาส 4ปี2556 ตามปกติจะเป็นฤดูกาลสูง แต่ความไม่สงบด้านการเมืองเริ่มส่งผลกระทบต่อปริมาณโดยสารให้เติบโตช้ากว่าคาด เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทนกแอร์ ซึ่ง 90% เป็นลูกค้าในประเทศ จุดประสงค์เดินทางเพื่อเยี่ยมญาติและติดต่อธุรกิจเป็นหลัก จึงอ่อนไหวต่อปัจจัยภายในประเทศค่อนข้างสูง ประกอบกับเงินบาทที่อ่อนค่า ขณะที่ต้นทุนดอลลาร์สหรัฐคิดเป็นสัดส่วน 60% ของต้นทุนรวม และค่าเช่าเครื่องบินเพิ่มขึ้นราว 70 ล้านบาทจากการรับมอบเครื่องบิน 2 ลำระหว่างไตรมาส ทำให้ฝูงบินเพิ่มเป็น 21 ลำ ณ สิ้นปี ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร

"คาดว่าผลประกอบการปี 2557 จะกลับมาเติบโตกว่า 26%จากปี2556 จากสมมติฐานปริมาณผู้โดยสารที่คาดว่าเติบโต 20% แม้ปัจจัยการเมืองอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องในไตรมาสแรกปีนี้ แต่สมมติฐานของค่อนข้างอนุรักษ์เมื่อเทียบกับปริมาณบรรทุกวัดโดย ASK ที่เพิ่มกว่า 24% ณ สิ้นปี 2556 เทียบกับช่วงต้นปี และแผนการรับมอบเครื่องบินในปี 2557 ที่คาดว่าจะมีปริมาณที่นั่งเพิ่มขึ้นกว่า 25% และลดประมาณการผลประกอบการการลงทุนใน NokScoot ยังไม่มีนัยสำคัญในปี 2557