เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่ หุ้นไทยลดช่วงบวกลงในช่วงท้ายสัปดาห์จากความกังวลการเมือง
ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้
อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยธนาคารพาณิชย์มีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบธนาคารในช่วงกลางสัปดาห์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.15% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.25% ทรงตัวเช่นกันจากสัปดาห์ก่อน
ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 20-24 ม.ค. 2557 ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.25%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.38% ในวันศุกร์ ลดลงจากระดับ 3.42% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับลดลงตลอดสัปดาห์ จากคาดการณ์ถึงโอกาสที่ กนง. อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในสัปดาห์หน้า หลังเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยการเมือง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.84% ในวันพฤหัสบดี ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับ 2.86% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดลงในวันจันทร์ ตอบรับข้อมูลการจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯ ที่น่าผิดหวัง ก่อนที่จะทยอยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ จากความเห็นของสมาชิกเฟดที่สนับสนุนการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนปรับลดลงในช่วงปลายสัปดาห์ จากการซื้อพันธบัตรของเฟด
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินบาท (Onshore)
เงินบาทยังคงผันผวน โดยเงินบาทแข็งค่าในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชียที่ได้รับแรงหนุนจากทิศทางการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาน่าผิดหวัง อย่างไรก็ดี เงินบาททยอยลดช่วงบวกลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ตามสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ตึงเครียดมากขึ้น และกระตุ้นให้นักลงทุนต่างชาติยังคงใช้ความระมัดระวังในการลงทุนในตลาดการเงินไทย
ในวันศุกร์ (17 ม.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.86 เทียบกับระดับ 32.97 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (10 ม.ค.)
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (20-24 ม.ค. 2557) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.65-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาปัจจัยการเมืองในประเทศ สัญญาณอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากผลการประชุมกนง. (22 ม.ค.) รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตของหลายๆ ประเทศ (เบื้องต้น) เดือนม.ค. 2557 ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค.2556 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังน่าจะติดตามข้อมูลจีดีพีและข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ ของจีนในช่วงต้นสัปดาห์ด้วยเช่นกัน อนึ่ง ตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันจันทร์ เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์
เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ
เงินยูโรอ่อนค่าลง หลังจากขยับแข็งค่าช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ เนื่องจากข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่น่าผิดหวังของสหรัฐฯ กดดันเงินดอลลาร์ฯ ให้อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องจากช่วงปลายสัปดาห์ก่อนหน้า อย่างไรก็ดี เงินยูโรลดช่วงบวกลงทั้งหมดในช่วงต่อมา หลังเงินดอลลาร์ฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ฟื้นตัวขึ้น โดยมีแรงหนุนจากยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ เงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบจำกัดในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ ตลาดรอปัจจัยใหม่ๆ ที่อาจบ่งชี้ถึงสัญญาณขั้นถัดไปของการชะลอมาตรการ QE ของเฟด
เงินเยนทยอยอ่อนค่าลง ทั้งนี้ เงินเยนขยับแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ตอบรับข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอของสหรัฐฯ ก่อนจะล้างช่วงติดลบลงทั้งหมดในช่วงต่อมา หลังจากข้อมูลยอดค้าปลีกที่ดีเกินคาดของสหรัฐฯ หนุนให้เงินดอลลาร์ฯ ดีดตัวกลับมาแข็งค่าขึ้น แต่กระนั้น การอ่อนค่าของเงินเยนก็เป็นไปอย่างจำกัด เพราะทิศทางที่ปะปนของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในส่วนอื่นๆ เป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดยังคงประเมินแนวโน้มมาตรการ QE ของเฟดอย่างระมัดระวัง
ในวันศุกร์ (17 ม.ค.) เงินยูโรปรับตัวอยู่ที่ระดับ 1.3605 เทียบกับ 1.3667 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (10 ม.ค.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 104.36 เทียบกับ 104.12 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ตลาดทุน
ตลาดหุ้นไทย
ดัชนี SET ลดช่วงบวกลงในช่วงท้ายสัปดาห์จากความกังวลการเมือง โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,295.41 จุด เพิ่มขึ้น 3.18% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 2.53% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 34,274.26 ล้านบาท โดยบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบัน ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนรายย่อย ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 353.35 จุด เพิ่มขึ้น 4.43% จากสัปดาห์ก่อน
ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ หลังรัฐบาลเสนอทางเลือกในการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาการเมือง ขณะที่ ต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อหุ้นไทยอีกครั้ง ก่อนที่จะปรับลดลงอีกครั้งในวันพุธ หลังความพยายามในการแก้ปัญหาการเมืองไม่ได้ข้อยุติ อย่างไรก็ดี แรงซื้อเก็งกำไรของนักลงทุนได้หนุนการปรับขึ้นของตลาดในวันพฤหัสบดี จากนั้น ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในวันศุกร์หลังสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้น
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 20-24 ม.ค. 2557 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนียังคงผันผวน โดยมีโอกาสฟื้นตัวขึ้น ทั้งนี้ คงต้องติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย รวมทั้งการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน สำหรับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องชี้ที่อยู่อาศัย และเครื่องชี้ภาคการผลิต ขณะที่ประเทศจีนและเยอรมนีจะมีการรายงานเครื่องชี้ภาคการผลิตเช่นกัน ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,280 ขณะที่ แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,317 และ 1,325 ตามลำดับ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ดัชนี DJIA ปรับลดลงจากแรงขาย ท่ามกลางความกังวลต่อผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยเมื่อวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 16,417.01 จุด ลดลง 0.12% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงในวันจันทร์ จากความกังวลผลประกอบการบริษัทที่อาจต่ำกว่าคาด ก่อนที่จะปรับขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ จากแรงหนุนของยอดค้าปลีกเดือนธ.ค.ที่แข็งแกร่ง รวมทั้งผลกำไรภาคธนาคารที่ออกมาดี ก่อนที่จะปรับลดลงอีกครั้งในวันพฤหัสบดี โดยมีแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคาร
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
ดัชนี Nikkei ปรับลดลงจากการแข็งค่าของเงินเยน โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 15,734.46 จุด ลดลง 1.12% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการในวันจันทร์ และปรับลดลงในวันอังคาร หลังเงินเยนกลับมาแข็งค่า ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นในวันพุธรับข่าวที่ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ออกมาสดใส จากนั้น ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับลดลงต่อในช่วงปลายสัปดาห์ จากความเห็นของสมาชิกเฟดที่สนับสนุนการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ต่อเนื่อง รวมทั้งผลกำไรของบริษัทสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด









