วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ตลาดหุ้นญี่ปุ่น' สร้างผลตอบดีที่สุดในโลก

ปี 2013 "ตลาดหุ้นญี่ปุ่น" สร้างผลตอบแทนได้ดีที่สุดในโลก และปี 2014 ยังคงเป็นปีทองในการลงทุนหุ้นญี่ปุ่น

ตลอดปี 2013 ที่ผ่านมา "ตลาดหุ้นญี่ปุ่น" สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีที่สุดในตลาดโลก โดยดัชนี Nikkei 225 สามารถให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี สิ้นสุด ณ27 ธันวาคม 2013 อยู่ที่ประมาณ 56% ขณะที่ราคาหุ้นยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต จึงมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน หลังจากที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ติดลบอยู่หลายปี โดยนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่า GDP ญี่ปุ่นจะเติบโตที่ 1.70% ในปี 2013 และ 1.60% ในปี 2014 ตามลำดับ

สำหรับปี 2014 นี้ ยังคงเป็นปีทองในการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น โดยคาดว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะมีการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นให้ภาคการผลิตปรับตัวดีขึ้นหลังจากในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาดว่า จะมีการอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มเติมเพื่อคงให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง อยู่ที่ประมาณ 105 -110 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออก และยังคงนโยบายคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับได้ โดยปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 0.10% ส่วนอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยคาดว่าในปี 2014 จะอยู่ที่ระดับ 2.40% จะช่วยสนับสนุนการบริโภคภาคเอกชน ด้านกองทุนบำเหน็จบำนาญ (Pension Fund) จะมีการปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพิ่มเติม จากเดิมถือหุ้นอยู่ประมาณ 8% จะขยับขึ้นเป็น 12% ในระยะยาว ซึ่งจะหนุนให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นได้อีก

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่ส่งเสริมตลาดหุ้นญี่ปุ่น ได้แก่ การใช้จ่ายภาครัฐ จากการที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพการจัด "กีฬาโอลิมปิกในปี 2020" ซึ่งจะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ญี่ปุ่นอีกจำนวนมาก, การประกาศขึ้นภาษีการขาย (Sales tax) จาก 5% เป็น 8% ในเดือนเมษายน ปีนี้ ที่จะทำให้รัฐบาลสามารถเก็บภาษีได้มากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้การบริโภคชะลอตัวลงในระยะสั้น แต่จะสร้างฐานะการคลังที่มั่นคงในระยะยาว, และการคาดการณ์การเติบโตของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้ ซึ่งอยู่ที่ 15- 20% ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ จะสามารถหนุนให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นได้ 15 - 20% ในปี 2014 ส่งผลให้ดัชนี Nikkei สามารถปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 17,000 จุด

ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจลงทุน ได้แก่ กลุ่มยานยนต์ กลุ่มธนาคาร ค้าปลีก และ อิเล็กทรอนิกส์ เพราะธุรกิจมีการเติบโตในระดับที่ดี และราคาหุ้นอยู่ในระดับที่น่าลงทุน ทั้งนี้ ในการลงทุนคาดว่า ระยะสั้น ตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะได้รับผลดีจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่า ส่วนในระยะยาวคาดว่า ตลาดหุ้นจะได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามการลงทุนในหุ้นย่อมมีความเสี่ยงทั้งจากความผันผวนของราคาและความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนจึงต้องสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้พอสมควร

สำหรับผู้ลงทุนที่ไม่ได้ใกล้ชิดข้อมูล หรือไม่มีเวลามากนัก ขอแนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น และแนะนำให้ลงทุนในระยะเวลา 6เดือนขึ้นไป เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากความสัมฤทธิผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่น