วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสิกรไทยโชว์ปี'56กำไรสุทธิ4.1หมื่นล.

แบงก์กสิกรไทยโชว์ผลการดำเนินงานปี"56 กำไรสุทธิ 41,325 ล้านบาท กันสำรองเพิ่ม ป้องกันผลกระทบเศรษฐกิจชะลอตัว

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยประกาศผลการดำเนินงานสำหรับ ปี 2556 โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 41,325 ล้านบาท โดยเป็นกำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีเงินได้จำนวน 56,303 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จำนวน 7,322 ล้านบาท หรือ 14.95%

ผลการดำเนินงานสำหรับ ปี 2556 เปรียบเทียบกับปี 2555 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีเงินได้จำนวน 56,303 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จำนวน 7,322 ล้านบาท หรือ 14.95% ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ จำนวน 9,216 ล้านบาท หรือ 14.50% โดยอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin :NIM) อยู่ที่ระดับ 3.55% รวมถึงรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจำนวน 7,429 ล้านบาท หรือ 18.24% เป็นผลมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ และรายได้เบี้ยประกันภัยรับสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Efficiency ratio) ในปีนี้อยู่ที่ระดับ 43.74% โดยธนาคารได้ระมัดระวังและชะลอการใช้จ่ายเนื่องจากความไม่แน่นอนจากสภาวะเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ในปี 2556 ธนาคารได้ตั้งสำรองการด้อยค่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์และมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1,566 ล้านบาท และการกลับรายการประมาณการส่วนแบ่งขาดทุนจากการบริหารสินทรัพย์ของ บสท. ส่วนที่ตั้งไว้เกิน จำนวน 1,159 ล้านบาท รวมทั้งการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 23% เป็น 20% ในปี 2556 ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารในปีนี้มีจำนวน 41,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จำนวน 6,065 ล้านบาท หรือ 17.20%

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 ธนาคารและบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมจำนวน 2,290,045 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2555 จำนวน 212,603 ล้านบาท หรือ 10.23% ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนและเงินให้สินเชื่อ โดยที่เงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL Gross) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 อยู่ที่ระดับ 2.11% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ระดับ 2.16% โดยในปีนี้ ธนาคารได้ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับความเสี่ยงเชิงระบบ (Countercyclical provision) ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจขาลง และความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 อยู่ที่ระดับ 134.52% ขณะที่สิ้นปี 2555 อยู่ที่ระดับ 131.83% นอกจากนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยตามหลักเกณฑ์ Basel III อยู่ที่ 15.78% โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 12.57%