หอการค้ามองปัญหาคอร์รัปชันในไทยน่าห่วง นักธุรกิจ 75% บอกยังต้องจ่ายใต้โต๊ะ ขณะที่ดัชนีคอร์รัปชันโลกปี"56 ไทยหล่นมาอยู่ที่ 102 จากอันดับ 88
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย ประจำเดือนธันวาคม 2556 จากกลุ่มตัวอย่างผู้ประกอบการ ข้าราชการ และประชาชน จำนวน 2,400 ตัวอย่าง พบว่าอยู่ที่ระดับ 39 คะแนน ลดลงจากการสำรวจเมื่อเทียบเดือนมิถุนายน 2556 ที่อยู่ที่ระดับ 41 คะแนน ซึ่งถือว่า ลดลงจากสถานการณ์ระดับปานกลาง มาอยู่ในระดับรุนแรง
จากการสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐจะต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ (ใต้โต๊ะ) แก่ข้าราชการ นักการเมืองที่ทุจริตเพื่อให้ได้สัญญาหรือไม่ ส่วนใหญ่ 75% เห็นว่าการประกอบธุรกิจกับภาครัฐ ยังคงต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ คิดเป็น 25-35% ของงบประมาณ ซึ่งจากการประเมินวงเงินคอร์รัปชั่นจากงบประมาณรายจ่าย ค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง งบลงทุนรัฐวิสาหกิจากงบประมาณปี 2556 รวม 2.4 ล้านล้านบาท ซึ่งหากมีการคอร์รัปชั่น 35% ของงบประมาณ จะทำให้จีดีพีของประเทศ ลดลง 2.63% และหากมีการคอร์รัปชั่น 30% จะทำให้จีดีพีลดลง 2.25% และหากมีการคอร์รัปชั่น 25% จะทำให้จีดีพีลดลง 1.88%
ส่วนการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ส่วนใหญ่ 30.7% เห็นว่าต้องเริ่มแก้ไขจากนักการเมือง รองลงมา 29% เป็นข้าราชการ และต้องเริ่มแก้ไขจากนักธุรกิจ 23.2% โดยควรปลูกจิตสำนึกและสร้างคุณธรรม จริยธรรมแก่ทุกภาคส่วน และให้ภาคประชาชนและเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชั่น และมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสการทุจริต นอกจากนี้ยังต้องเปิดเผยข้อมูลโครงการต่างๆ อย่างโปร่งใส ชัดเจน และแก้ไขกฎหมายให้มีบทลงโทษผู้กระทำผิดอย่างหนักและรุนแรง รวมทั้งบังคับใช้อย่างเคร่งครัด
ขณะที่ จากผลการจัดอันดับดัชนีวัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น ของโลก ประจำปี 2556 รวม 177 ประเทศ พบว่าประเทศไทย อยู่อันดับ 102 ลดลงจากปี 2555 ที่อยู่อันดับ 88 เห็นว่าอันดับแย่ลงต่อเนื่องถือว่าน่าเป็นห่วง ขณะที่ประเทศในเอเชียหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ กลับมีอันดับที่ดีขึ้น
ส่วนในปี 2557 ยังมองว่าปัญหาคอร์รัปชั่นไทย จะยังไม่ดีขึ้น แต่การที่มีออกมาชุมนุมโดยมีการชูธงนำปัญหาคอร์รัปชั่นมาเป็นประเด็นมากขึ้น ถือเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการตื่นตัว แม้ว่าการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ต้องใช้เวลา 10-30 ปีก็ตาม ที่จะทำให้ประเทศหลุดพ้นจากปัญหา แต่ขณะนี้หลังจากที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นประเทศไทยได้รณรงค์ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะเยาวชน มาปฏิเสธปัญหาคอร์รัปชั่น ถือเป็นสิ่งที่ดี









