ธนาคารโลกคาดจีดีพีไทยปีนี้โต 4.5% อานิสงส์เศรษฐกิจโลกฟื้นต่อ หวังโครงการลงทุนรัฐหนุน เตือนสหรัฐลดคิวอีดันดอกเบี้ยพุ่ง จุดวิกฤติทุนไหลออก
ธนาคารโลก หรือ เวิลด์แบงก์ เผยแพร่รายงานฉบับแรกของปี 2557 วานนี้ (15 ม.ค.) เป็นการปรับคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ โดยประเมินว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ปีนี้จะลงเหลือ 4.5% จากเดิมคาดการณ์โต 5% ส่วนปี 2558 คาดว่าจะโต 5%
การประเมินข้างต้น เป็นผลจากการบริโภคภาคครัวเรือนชะลอตัว และการส่งออกดีขึ้นอย่างช้าๆ หลังมองเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช่วงครึ่งหลังปี 2556 และแม้ครึ่งหลังปีก่อนการนำเข้าอาจดูดีขึ้น แต่การบริโภคและการลงทุนไม่ได้โตมาก อาจทำให้การนำเข้าชะลอตัวด้วยเช่นกัน และเมื่อดูดุลการค้าอาจไม่ติดลบ แต่ทำให้ธนาคารโลกคาดว่าจีดีพีปี 2557จะโต 4.5%
"การปรับคาดการณ์อีกครั้งหนึ่งขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและจีน และต้องมาดูการส่งออกกับการบริโภคภาคครัวเรือนช่วงครึ่งหลังของปี 2556 กันอีกทีว่า ชะลอมากหรือไม่หรือชะลอน้อยกว่าคาดไว้ แต่เศรษฐกิจของไทยปี2557 คาดว่าจะขยายตัวในอัตราสูงขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และโครงการการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐจะเริ่มดำเนินการได้"
แบงก์ชี้โต 4.5% เป็นไปได้ยาก
ด้านนายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า กรณีที่ธนาคารโลกประเมินการเติบโตเศรษฐกิจไทย จะมีการเติบโตของจีดีพีที่ระดับ 4.5% นั้น ในมุมมองของศูนย์วิจัยกสิกรไทยนั้นเป็นไปได้ยาก เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจไทยถูกกดดันจากปัญหาการเมืองที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายภาคส่วนของธุรกิจอาจเติบโตไม่ได้ตามที่คาดไว้
"สิ่งที่ธนาคารโลกมองว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะโต 4.5% นั้นด้วยศักยภาพของไทยเองสามารถเติบโตระดับนั้นได้ ทางศูนย์วิจัยก็เคยประเมินที่ระดับ 4.5% เช่นกัน แต่ปัจจุบันด้วยปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบโดยตรง"
นายเชาว์กล่าวอีกว่า เห็นได้จากตัวเลขนักท่องเที่ยว 3 ไตรมาสแรกของปีที่แล้ว ขยายตัวระดับ 20% แต่ในไตรมาสที่ 4 ขยายตัวได้ไม่ถึง 10% อีกทั้งการอุปโภคบริโภคนั้นมีสัญญาณการชะลอตัวที่รุนแรง ทำให้ส่งผลให้การเติบโตจะอยู่ในระดับที่ 2.6-3.7% เท่านั้น โดยการเติบโตของจีดีพีจะขึ้นกับการตั้งรัฐบาลหลังจากนี้ว่าจะสามารถตั้งรัฐบาลได้เมื่อใด และจะมีเสถียรภาพมากน้อยแค่ไหน
ภาพรวมศก.โลกดีขึ้น
ทั้งนี้ธนาคารโลกได้เพิ่มคาดการณ์จีดีพีโลกปีนี้ขยายตัว 3.2% เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ 3% ในเดือนมิ.ย.ปีก่อน โดยในปี 2556 คาดว่าจีดีพีโลกโต 2.4% ส่วนปีหน้าคาดว่าโลกจะขยายตัวเพิ่มเป็น 3.4% จากคาดการณ์เดิม 3.3%
การปรับเพิ่มจีดีพีโลกข้างต้น เป็นผลจากคาดการณ์กลุ่มเศรษฐกิจพัฒนาแล้วหรือกลุ่มประเทศร่ำรวยขยายตัวมากขึ้นเป็น 3.2% ปีนี้ เพิ่มจากคาดการณ์ที่ 2% ในกลางปีที่แล้ว ขณะที่พัฒนาการดีขึ้นในกลุ่มสมาชิกยูโรโซน 18 ประเทศ ทำให้ธนาคารโลกเพิ่มจีดีพียูโรโซนให้ขยายตัวเป็น 1.1% ปีนี้ จากคาดการณ์กลางปีก่อนที่0.9% ส่วนสหรัฐกับญี่ปุ่นยังคงคาดการณ์ขยายตัวไว้เท่าเดิม 2.8% และ 1.4% ปีนี้ตามลำดับ
โดยแนวโน้มภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกข้างต้น เป็นข้อมูลสนับสนุนให้ธนาคารโลกเพิ่มคาดการณ์จีดีพีโลกปีนี้ และทำให้ธนาคารโลกประเมินว่าน่าจะช่วยส่งเสริมให้การส่งออกในตลาดกำลังพัฒนาสดใส
หั่นจีดีพีเอเชียตะวันออก
รายงานได้ปรับลดคาดการณ์เติบโตของตลาดกำลังพัฒนา เหลือ 5.3%ปีนี้จากเดิมให้ 5.6% และได้ลดคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจจีนเหลือ 7.7% ปีนี้ จากคาดการณ์เดิม 8% เมื่อกลางปีก่อน เนื่องจากเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกอย่างจีนขยายตัวช้าลง แต่ยังสามารถขยายตัวต่อเนื่องโดยใช้การบริโภคเป็นตัวนำ
โดยธนาคารโลกมองภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ขยายตัวลดลงเหลือ 7.2% ปี 2557 และปี 2556 ลดลงจากระดับ 7.4% ในปี 2555 ซึ่งเป็นผลจากจีนขยายตัวช้าลงแม้เป็นการขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงการขยายตัวช้าลงของไทย มาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศเผชิญกับปัญหารายได้จากสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง
ทั้งนี้ธนาคารโลกได้ปรับลดคาดการณ์เติบโตของบราซิลเหลือ 2.4% จากเดิมให้ 4% และลดคาดการณ์เติบโตของเม็กซิโกลงเหลือ 3.4% จากเดิมให้ 3.9% และอินเดียโตลดลงเหลือ 6.2% จากเดิม 6.5% การเติบโตของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาจะเพิ่มขึ้นปานกลางระหว่างปี 2556-2559 ซึ่งต่ำกว่าช่วงหลายปีก่อนเกิดวิกฤตการเงินโลก
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวช้าลงของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาข้างต้น ไม่ใช่สาเหตุให้กังวลใจ เพราะการชะลอตัวที่เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนานั้นมากกว่า 2 ใน 3 เป็นผลจากวงจรการเติบโตลดลง และไม่ถึง 1 ใน 3 เป็นผลจากศักยภาพการเติบโตช้าลง และไม่ใช่ว่าทุกประเทศอยู่ในสถานะที่ดี ที่จะสนองตอบต่อภาวะเงินทุนไหลออกกับดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น ดังนั้นขอให้กลุ่มผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกเตรียมตัวเสียตั้งแต่เวลานี้ เพื่อรับมือผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมา
ธนาคารโลกระบุด้วยว่า ยังคงคาดการณ์การเติบโตของทวีปแอฟริกาในปีนี้ไว้เท่าเดิมที่ 5.3% หากไม่รวมประเทศแอฟริกาใต้คาดว่าทวีปแอฟริกาจะโต 6.4% ปีนี้ พร้อมเตือนว่าภาวะแวดล้อมการเงินตึงตัวทั่วโลก บวกราคาโภคภัณฑ์ลดลง และความวุ่นวายทางการเมืองโดยเฉพาะในไนจีเรีย อาจทำให้การเติบโตของทวีปแอฟริกาอ่อนแอลงได้








