ที่ปรึกษาหุ้นไอพีเอ ชะลอแผนเข้าตลาด หลังการเมืองยืดเยื้อเกินคาด แจงลูกค้าหากยังไม่จำเป็นใช้เงินระดมทุน ควรเลื่อนแผนไปก่อน
นายชูพงศ์ ธนะเศรษฐกร กรรมการผู้จัดการ สายวาณิชธนกิจ บล.คันทรี่ กรุ๊ป หรือ CGS เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงทุนโดยรวมในปัจจุบันไม่เอื้อต่อการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ล่าสุด บริษัทชี้แจงบริษัทลูกค้า ที่มีแผนเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นว่าหากยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินระดมทุนไปขยายกิจการเร่งด่วน ก็ให้เลื่อนแผนการเข้าตลาดไปก่อน
บริษัทได้ดำเนินการยื่นไฟลิ่งไปแล้ว 3 บริษัทเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ก.ล.ต.ยังไม่อนุมัติไฟลิ่ง ซึ่งหากได้รับการอนุมัติแล้ว จะพิจารณาเวลาการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนอีกครั้ง แต่เบื้องต้นเชื่อว่า ยังไม่ใช่ไตรมาสแรกปีนี้ เพราะประเมินว่าสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่น่าจะพบทางออกเร็วๆ นี้
บริษัทที่ยื่นไฟลิ่งไปแล้ว คือ บริษัทเตรียมจะยื่นไฟลิ่ง บริษัท ริชี่เพลซ ผู้ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่าระดมทุนประมาณ 500 ล้านบาท คาดจะเข้าซื้อขายได้ช่วงต้นปีนี้ และช่วงไตรมาสแรก จะยื่นไฟลิ่งให้บริษัท เจเอสพี พร็อพเพอร์ตี้ ผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่าระดมทุนประมาณ 3,000 ล้านบาท
"ตอนนี้นอกจากจะดูบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้น ภาพรวมเศรษฐกิจแล้ว บริษัทก็เริ่มดูหุ้นไอพีโอที่เข้าตลาดไปแล้วด้วยเหมือนกันว่าเพอร์ฟอร์มเป็นยังไง ซึ่งเริ่มมีสัญญาณมาบ้างแล้วว่า หุ้นไอพีโอเริ่มสร้างผลตอบแทนที่ไม่ดึงดูดนัก อีกทั้งหุ้นตัวอื่นในตลาดหลายๆ ตัวมีราคาต่ำกว่าพื้นฐาน ซึ่งเป็นทางเลือกการลงทุนที่เพิ่มขึ้นสำหรับนักลงทุนเช่นกัน"
นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินในการนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ยอมรับว่า สถานการณ์ทางการเมืองตอนนี้มีผลต่อการตัดสินใจเข้าระดมทุน เบื้องต้นบริษัทยังไม่เร่งรีบกำหนดเวลาจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียน เพราะสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่นิ่ง และเชื่อทั้ง 3 บริษัทที่ได้ยื่นไฟลิ่งไปแล้ว จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในไตรมาสแรกปีนี้ ภายใต้เงื่อนไขการเมืองที่พบทางออกเหมาะสม
"ตอนนี้ที่ยื่นไฟลิ่งไปมี 3 บริษัท อนุมัติแล้ว 2 บริษัท ซึ่งบริษัทยังไม่เร่งรีบกำหนดเวลานำเข้าจดทะเบียนเมื่อไหร่ ซึ่งบอกกับลูกค้าแล้วและเห็นลูกค้าก็เห็นด้วย เพราะปัจจัยทางการเมือง คงยังไม่พบกับทางออกเร็วๆ นี้ แต่หวังว่าภายในไตรมาสแรกปีนี้ สถานการณ์น่าจะคลี่คลายในทางที่ดี และบริษัทน่าจะนำหุ้นไอพีโอเข้าจดทะเบียนได้ในที่สุด"
นายสมภพ กล่าวว่า ส่วนตัวยังเชื่อว่าหุ้นไอพีโอมีเสน่ห์น่าลงทุนอยู่ แต่ขึ้นอยู่กับลักษณะการประกอบธุรกิจด้วยว่า อยู่ในธุรกิจที่เติบโตได้ดีแค่ไหน ส่วนเรื่องราคาหุ้นอื่นๆ ในกระดานที่เริ่มปรับลดลงต่ำกว่าพื้นฐาน มองว่าเป็นอีกทางเลือกของนักลงทุน แต่การกำหนดราคาหุ้นไอพีโอก็มีการจูงใจนักลงทุนเช่นกัน
ขณะเดียวกัน นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมเดินหน้ายื่นไฟลิ่งให้กับ 5 บริษัทช่วงครึ่งแรกปีนี้ โดยไม่หวั่นแม้มีปัจจัยการเมืองในประเทศกดดัน เชื่อประเทศไทยยังมีความน่าลงทุนสูง ชี้ปัญหาการเมืองจะกระทบแค่ระยะสั้น แต่การลงทุนในตลาดหุ้นเป็นเรื่องที่ควรมองในระยะยาว โดยบริษัทยังเดินหน้าตามกรอบที่ได้วางเอาไว้ ซึ่งบริษัทแรกที่จะยื่นไฟลิ่งช่วงไตรมาสแรก คือ บริษัทแอลดีซี เด็นทัล ส่วนที่เหลือจะทยอยยื่นไฟลิ่งช่วงครึ่งแรกของปีนี้คือ บริษัทบางกอกชีทเม็ททัล บริษัทสเตรกา บริษัทอมตะทรานสปอร์ต และบริษัทเค.ซี.เมททอลชีท









