วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มธ.หวั่นปิดกรุงจุดชนวนรัฐประหารฉุดศก.ทรุด

คณะเศรษฐศาสตร์มธ.หวั่นม็อบปิดกรุงเทพฯนำไปสู่การรัฐประหาร เตือนไม่เกิดผลดี สะท้อนผ่านปี49 ทำเศรษฐกิจไทยพลาดโอกาสการเติบโต

นายภาณุพงศ์ นิธิประภา คณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า การปิดกรุงเทพมหานคร หรือ Bangkok Shutdown อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การปฎิวัติรัฐประหารได้ ซึ่งกรณีนี้คงไม่เป็นผลดีกับเศรษฐกิจไทยมากนัก เพราะถ้าดูสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ช่วงที่ประเทศไทยมีการรัฐประหารเมื่อปี 2549 จะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ สูญเสียโอกาสการเติบโตไปค่อนข้างมาก

"หลังปฎิวัติเมื่อเดือนก.ย.2549 ปีรุ่งขึ้นเศรษฐกิจไทยสูญเสียโอกาสไปมาก เพราะเศรษฐกิจในย่านเอเชียปีถัดมาเติบโตได้ 5.3% เศรษฐกิจโลกโต 5.1% แต่เศรษฐกิจไทยโตเพียง 4.5% ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความกังวลค่อนข้างมาก เพราะบางครั้งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมันมีต้นทุน เนื่องจากการส่งผ่านนโยบายจะไม่เหมือนเดิม มีผลต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวได้ โดยเฉพาะถ้าการลงทุนภาครัฐไม่สามารถเกิดได้"นายภาณุพงศ์กล่าว

เขากล่าวด้วยว่า ในช่วงที่ประเทศไทยยังไม่สามารถมีรัฐบาลชุดใหม่ได้นั้น นโยบายการคลังคงไม่สามารถเข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ และความล่าช้าของนโยบายการคลังนี้ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและผู้บริโภคได้ ดังนั้นการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ อาจจะไม่เติบโตได้ตามที่เคยประเมินกันไว้

ส่วนตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ โดยส่วนตัวแล้วไม่ได้มีการกำหนดตัวเลขที่ชัดเจน แต่เชื่อว่าตัวเลขที่สำนักวิจัยต่างๆ ได้ประเมินกันเอาไว้ อัตราการเติบโตจริงน่าจะต่ำกว่าที่ประเมินไว้ราว 1% เนื่องจากการประเมินส่วนใหญ่คงไม่ได้รวมผลกระทบในเรื่องความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งถือว่ามีอิทธิพลต่อการเติบโตเศรษฐกิจไทยอย่างมากเข้าไปด้วย

"ในความเห็นส่วนตัวแล้ว โอกาสที่การเติบโตจะต่ำกว่าที่ประเมินไว้มีมาก ที่สำคัญสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างมาก และการบริโภคก็มีผลต่อเศรษฐกิจมากด้วยเช่นกัน เพราะแม้ว่ารัฐบาลจะมีการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมาก แต่หากผู้บริโภคไม่มีความมั่นใจแล้ว ผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจก็คงไม่ได้มากนัก ดังนั้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจึงมีส่วนสำคัญ"นายภาณุพงศ์ กล่าว