วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์-ตลาดหุ้น เปิดแผนรับมือชัตดาวน์

แบงก์พาณิชย์-ตลาดหุ้น เปิดแผนรับมือ กปปส. ชัตดาวน์กรุงเทพ 13 ม.ค. แจ้งลูกค้าให้ทำธุรกรรมล่วงหน้าในกรณีที่ไม่เร่งด่วน หุ้นเทรดตามปกติ

สถานการณ์ชุมนุมของกลุ่มกปปส.ที่นัดชุมนุม"ชัตดาวน์กรุงเทพ" ในวันที่13ม.ค.นี้ ภาคธุรกิจธนาคารและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เตรียมแผนรับมืออย่างไร รายการ Business Talk "กรุงเทพธุรกิจทีวี" สนทนากับ รุ่งจิตต์ ปุณณะหิตานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสำนักสนับสนุนธุรกิจเครือข่าย บมจ.ธนาคารกรุงไทย และ เกศรา มัญชุศรี รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หัวข้อ "แผนสำรองรับมือผลกระทบ Shutdown กรุงเทพฯ"

การชุมนุมใหญ่ที่ใช้ชื่อว่า "ซัตดาวน์ กรุงเทพฯ" ของ กปปส. ในวันที่ 13 ม.ค.2557 กำหนดสถานที่ชุมนุม 7 พื้นที่สำคัญในกรุงเทพฯ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ภาคธุรกิจต่างๆ เตรียมแผนรับมือการบริหารธุรกิจในกรณีฉุกเฉินที่อาจส่งผลกระทบ

รุ่งจิตต์ กล่าวว่าปัจจุบันธนาคารกรุงไทยมีพนักงานทั่วประเทศกว่า 2 หมื่นคน ทำงานในพื้นที่กรุงเทพฯ 1 หมื่นคน สำนักงานใหญ่ธนาคารอยู่ที่ซอยนานาเหนือ สุขุมวิท3 ซึ่งอยู่ในโซนที่จะมีการชุมนุมในวันที่ 13 ม.ค.นี้ ซึ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯชั้นกลางย่านธุรกิจใกล้กับพื้นที่อโศก หนึ่งในจุดที่ กปปส.กำหนดเป็นเวทีชุมนุม

สำหรับสำนักงานสาขาธนาคารกรุงไทยที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯจำนวนกว่า 200 สาขา มีที่ตั้งอยู่ใกล้จุดชุมนุมในวันที่ 13 ม.ค.นี้ ประมาณ 100 สาขา อีกทั้งมีตู้เอทีเอ็ม จำนวนหลาย 100 ตู้ ในศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน ที่อยู่ใกล้พื้นที่ชุมนุม ซึ่งลูกค้า อาจได้รับผลกระทบไม่สามารถเข้าไปใช้งานในพื้นที่ตู้เอทีเอ็มได้

ดังนั้นธนาคารได้วางแผนรับมือสถานการณ์ดังกล่าว "ล่วงหน้า" เพื่อเตรียมความพร้อมให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่องเหมือนเวลาปกติ ด้วยการเริ่มให้ข้อมูลลูกค้าในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ชุมนุม "ตั้งแต่วันนี้" ทั้งที่ตั้งสาขา ข้อมูลผ่านหน้าจอตู้เอทีเอ็ม เกี่ยวกับการใช้บริการสาขาธนาคารหรือตู้เอทีเอ็ม ในสาขาที่ใกล้เคียงพื้นที่ชุมนุมในกรณีที่ลูกค้าไม่สะดวกใช้บริการในสาขาติดพื้นที่ชุมนุม สามารถไปใช้บริการในสถานที่ใกล้เคียงในทำเลใดบ้าง

งัดสาขาสำรองรับมือพื้นที่ชุมนุม

นอกจากนี้พร้อมสื่อสารทางเว็บไซต์ เพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม เพราะในพื้นที่กรุงเทพฯ มีลูกค้าที่ใช้สมาร์ทโฟนที่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากสื่อออนไลน์ของธนาคาร ทั้งเว็บไซต์ ไลน์ เฟซบุ๊ค ได้อย่างสะดวก

พร้อมเติมเงินในตู้เอทีเอ็ม ในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ชุมนุมเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันกรณีรถเติมเงินตู้เอทีเอ็มไม่สามารถเข้าถึงบริเวณพื้นที่ชุมนุมได้ ปกติธนาคารจะเติมเงินตู้เอทีเอ็มเฉลี่ย 4 แสนบาท-6ล้านบาทต่อตู้ ขึ้นอยู่กับปริมาณการกดเงินของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ โดยเติมเงินวันละ 1 ครั้ง และสามารถเติมเงินได้ภายใน 1 ชั่วโมง

อีกปัจจัยการบริหารในช่วงชัตดาวน์ กรุงเทพฯ คือเรื่องความปลอดภัยของพนักงาน หากพนักงานไม่สามารถเข้าถึงสาขาที่ทำงานได้ ธนาคารมี"สาขาสำรอง" ซึ่งแต่ละแผนกได้จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว โดยกระจายอยู่ในหลายทำเลพื้นที่กรุงเทพฯ หรือกรณีการทำงานไม่ใช่ธุรกรรมหลัก อาจพิจารณาให้พนักงานทำงานที่บ้าน หรือสาขาใกล้บ้าน เพื่อใช้ระบบออนไลน์ของธนาคาร ที่สามารถเชื่อมโยงสาขาได้ทั่วประเทศ ซึ่งการบริหารธุรกิจในช่วงการชุมนุมจะวิเคราะห์ข้อมูลแบบวันต่อวัน เพื่อปรับแผนและแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงที

ชูออนไลน์สื่อสาร-ทำธุรกรรม

รุ่งจิตต์ กล่าวเพิ่มเติมว่าธนาคารได้แจ้งลูกค้าให้ทำธุรกรรมล่วงหน้า ในกรณีที่ไม่เร่งด่วน เช่น การซื้อเช็ค การเปิดแอลซี การฝากถอนเงิน ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ระบบไอทีในการทำธุรกรรม เช่นบริการ"เน็ต แบงกิ้ง" จำนวนมากและได้รับความนิยมจากลูกค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะประชาชนที่นิยมใช้บริการอินเทอร์เน็ต ส่วนภาคธุรกิจนิยมโอนเงินระหว่างบัญชี เพราะประหยัดเวลาการเดินทาง เชื่อว่าระบบไอทีจะเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างมาก กรณีที่ลูกค้าไม่สามารถเดินทางไปยังสาขาที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุมได้

อย่างไรก็ตามด้วยจำนวนสาขาและตู้เอทีเอ็มของกรุงไทย ที่มีจำนวนมากเป็นอันดับสองของประเทศ และอยู่ในจุดที่ให้บริการสะดวก เชื่อว่าในช่วงการชุมนุมวันที่ 13 ม.ค.นี้ ลูกค้ายังใช้บริการทำธุรกิจของธนาคารได้ปกติ แต่ในกรณีที่ เกิดปัญหาธนาคารจะเร่งแก้ไขโดยรวดเร็ว

กรณีชุมนุมยืดเยื้อและรุนแรง การให้บริการธุรกรรมหลัก จะย้ายทำงานตามสาขาสำรอง ส่วนงานแบ็คออฟฟิศ เช่น ระบบไอที บริหารเงินสด การออกเช็ค เคลียริ่ง ข้อมูลลูกค้า บัญชีการเงิน จะย้ายไปยังสถานที่ที่สามารถทำงานได้ทันที และหากระบบไอทีหลัก ที่ใช้บริการแผนสำรองมีปัญหา จะมีระบบสำรองไอที รองรับการทำงานได้ทันทีเช่นกัน

"ธนาคารได้เตรียมการล่วงหน้ามากว่าสัปดาห์ ผู้บริหารระดับสูง ได้ตั้ง Command Center ดูแลลูกค้าทุกด้าน และหาทางแก้ไขให้พนักงานปลอดภัย และได้รับบริการอย่างสะดวก" รุ่งจิตต์ กล่าว

ตลาดฯชูซื้อขายหุ้นออนไลน์

เกศรา กล่าวว่า กรณีชุมนุมชัตดาวน์ กรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค.นี้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติมีความกังวลพอสมควร สำหรับพื้นที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่อาจเดินทางไม่สะดวกในช่วงการชุมนุม โดยปกติมีการซ้อมแผนกรณีฉุกเฉินเพื่อพร้อมรับมือและแก้ไขสถานการณ์ทุกปี ด้วยการเตรียมสำนักงานสำรองในพื้นที่ต่างๆ กรณีที่สำนักงานสาขา ไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้ โดยซ้อมทดสอบว่าสามารถย้ายสถานที่ทำงานในกรณีฉุกเฉินได้ในระยะเวลาเท่าไร

นอกจากนี้มีแผนดูแลความปลอดภัยของพนักงาน และกำลังพิจารณาว่าพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการเดินทางอาจให้ทำงานที่บ้าน ปัจจุบันตลาดฯมีพนักงานกว่า 100 คน

"ปัจจุบันระบบการซื้อขายหุ้น มีศูนย์สำรองสามารถเชื่องโยงข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทันที"

พร้อมกันนี้โบรกเกอร์ ได้ติดต่อประสานงานกับนักลงทุน ด้วยการให้ข้อมูลสถานการณ์ต่างๆ ล่วงหน้า โดยโบรกเกอร์เองมีศูนย์สำรองให้บริการลูกค้ากระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ

ที่ผ่านมากรุงเทพฯ เกิดวิกฤติการณ์หลายครั้งและการทดสอบระบบสำรองสามารถใช้งานได้ดี เชื่อว่าการซื้อขายหุ้นในช่วงการชุมนุมยังให้บริการลูกค้าได้ แต่จะมอนิเตอร์สถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวัน เพื่อเตรียมแผนสำรองแก้ไขสถานการณ์กรณีฉุกเฉิน

ปัจจุบันผู้ลงทุนรายย่อยประมาณ 55% ซื้อขายทางอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ทั้งนี้ แนะนำให้ผู้ลงทุนรายใหม่และรายเก่าที่ยังไม่มีบัญชีอินเทอร์เน็ต ให้เปิดบัญชีอินเทอร์เน็ตสำรอง เพราะกรณีซื้อขายหุ้นหากไม่สามารถติดต่อมาร์เก็ตติ้งได้ สามารถดำเนินการซื้อขายหุ้นทางอินเทอร์เน็ตได้ทันทีด้วยตัวเอง