ม.หอการค้าไทยคาดส่งออกปีนี้ขยายตัวแค่ 3.88% เศรษฐกิจโลกฟื้นยังไม่เต็มที่-การเมืองป่วนทำผู้ซื้อต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น
นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณะบดีคณะเศรษฐศาสตร์และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง "การวิเคราะห์การส่งออกไทยไตรมาส 1/2557 และแนวโน้มปี 2557" ว่า การส่งออกปีนี้จะขยายตัว 2.06-5.60% มูลค่า 233,381-241,474 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยโอกาสความเป็นไปได้ที่การส่งออกจะขยายตัวได้ 3.88% มีสูงถึง 50% ขณะที่การขยายตัวที่ 5.6% มีความเป็นไปได้ 30% ซึ่งจะเกิดขึ้นในกรณีที่เศรษฐกิจโลกสามารถฟื้นตัวได้เต็มที่ และค่าเงินบาทเข้าสู่ภาวะปกติในไตรมาส 2 และปัจจัยการเมืองสามารถสิ้นสุดได้ในช่วงเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การส่งออกมีโอกาสขยายตัวได้เพียง 2.06% นั้นมีสัดส่วนที่ 20% ซึ่งจะเกิดขึ้นได้กรณีที่เศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นตัวจริง สำหรับการส่งออกทั้งปี 2556 คาดว่าจะติดลบ 0.25% มูลค่า 228,663 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตลาดส่งออกในปี 2557 หลายตลาดผลิกกลับมาเป็นบวกจากปี 2556 ที่ส่งออกติดลบ โดยสหรัฐคาดว่าจะขยายตัว 4.1% สหภาพยุโรป (15) ขยายตัว 5% ตลาดอาเซียนเดิม 4% อาเซียน(ใหม่) ขยายตัว 1.4% จีนขยายตัว 1.8% โดยตลาดญี่ปุ่น จะยังติดลบที่ 1.0% ต่อไปเพราะรัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบขั้นบันได โดยปัจจุบันอยู่ที่ 5% และในเม.ย.จะเพิ่มเป็น 8% ซึ่งคาดว่าจะกระทบต่อการบริโภคภายในของประเทศญี่ปุ่น
ปัจจัยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยบวกหลักที่ส่งผลให้การส่งออกปี 2557 ดีขึ้น แต่พบว่าคาดการณ์เศรษฐกิจโลกขยายตัวในระดับปานกลาง ทำให้ยังต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพราะการฟื้นตัวดังกล่าวอาจกลับกลายเป็นปัจจัยเสี่ยง จากมาตรการลด QE ของสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐเอง และกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกตามไปด้วย การฟื้นตัวจากภาวะถดถอยของยุโรป ยังไม่แข็งแกร่ง รวมถึงอัตราการว่างงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเกิดใหม่ ที่ขยายตัวในระดับปานกลาง
สำหรับการส่งออกไตรมาส 1 คาดว่าจะติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 นับจากไตรมาส 2 ปี 2556 โดยติดลบ1.9-1.5% มูลค่า 55,889-57,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในช่วงการเริ่มต้นฟื้นตัว และคาดว่าเงินบาทจะยังอ่อนค่าเฉลี่ยที่ 35.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำสุดในรอบ 20 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2552
ปัจจัยเงินบาททั้งปี 2557 คาดว่าจะอยู่ในช่วง 32.07 -34.24 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือเฉลี่ยที่ 33.16 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าที่สุดในรอบ 5 ปี หรืออ่อนค่าลงเฉลี่ย 7.90% จากปี 2556 โดยสาเหตุที่เงินบาทอ่อนค่า มาจากการปรับลดขนาดมาตรการ QE ของสหรัฐ ซึ่งจะทำให้เงินทุนไหลออกจากไทยและภูมิภาค และอีกปัจจัยหนึ่งคือการเมืองของไทยที่ไร้เสถียรภาพทำให้ความเชื่อมั่นการถือเงินบาทลดลง แต่เงินบาทจะค่อยๆมีเสถียรภาพมากขึ้นเองในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 32.14 บาทต่อดอลลาร์ เป็นผลจากที่ส่งออกไทยเริ่มฟื้นตัวจนมีเงินไหลเข้าประเทศและสถานการณ์ทางการเมืองน่าจะคลี่คลาย









