เอสแอนด์พี คงเรตติ้งไทย แต่เตือนแนวโน้มอาจปรับความน่าเชื่อถือหากเสถียรภาพการเมืองถดถอยลงไปมากกว่าช่วง 7 ปีที่ผ่านมา
น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) แถลงข่าวเกี่ยวกับผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยโดยบริษัทสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี ) ว่า เอสแอนด์พี ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้นสกุลเงินตราต่างประเทศ ที่ระดับ BBB+/A-2 และอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้นสกุลเงินบาท ที่ระดับ A-/A-2 รวมทั้งได้ยืนยันแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook)
เอสแอนด์พี ระบุว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นจุดอ่อนหลักของความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้งตั้งแต่ปี 2549 ทำให้การปฏิรูปโครงสร้างต้องล่าช้าออกไป รวมทั้งเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ความไม่แน่นอนดังกล่าวเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในขณะที่การชุมนุมคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศ
ขณะที่แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือ ที่มีเสถียรภาพ สะท้อนถึงการคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะสามารถรักษาความแข็งแกร่งของภาคต่างประเทศ ภาคการคลัง และภาคการเงินภายใต้เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในปัจจุบันไว้ได้ใน 2 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม เอสแอนด์พี อาจจะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ถ้าความสามารถในการปกครองประเทศ (เสถียรภาพทางด้านการเมืองและสถาบัน) ถดถอยลงไปมากกว่าที่ เอสแอนด์พี สังเกตการณ์ไว้ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา หรือหากตัวชี้วัดทางด้านเศรษฐกิจหรือการคลังอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ ในทางกลับกัน หากผู้นำทางการเมืองของประเทศไทยทำให้เกิดเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขี้น เอสแอนด์พี เชื่อว่า แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นและส่งผลให้สถานะความน่าเชื่อถือของประเทศแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย









