ราคาอสังหาริมทรัพย์ในจีนประจำเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางสัญญาณที่อุตสาหกรรมพัฒนาที่อยู่อาศัยเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น
ธุรกิจบริการข้อมูลวงการอสังหาริมทรัพย์ "อี-เฮาส์ ไชนา" เปิดเผยผลสำรวจว่า ราคาบ้านใหม่ใน 288 เมืองทั่วประเทศจีน ช่วงเดือนธันวาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.37% เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน ที่ราคาขยายตัว 0.77%
ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนธันวาคมปีก่อนหน้า ราคาบ้านในจีนปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.04% ส่วนอัตราการเพิ่มขึ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2556 และ 2557 พบว่าขยายตัวประมาณ 10.11% ถือเป็นการอัตราการเพิ่มขึ้น 7 เดือนติดต่อกัน
ทางด้านธุรกิจที่ปรึกษา "ไชนา เรียล เอสเตท อินเด็กซ์ ซิสเต็ม" หรือ ซีอาร์อีไอเอส เปิดเผยผลสำรวจเช่นกันว่า ราคาเฉลี่ยของบ้านในเมืองใหญ่ที่สุดของจีน 100 เมือง ประจำเดือนธันวาคมพบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 0.7% เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายนที่ราคาเพิ่มขึ้น 0.68% นับเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาบ้านเป็นเวลา 19 เดือนติดต่อกัน
ขณะที่ เมื่อเทียบกับธันวาคมปี 2555 ราคาบ้านใน 100 เมืองใหญ่ของจีน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.5% โดยซีอาร์อีไอเอส ระบุว่า ราคาบ้านใน 7 เมืองใหญ่ เช่น กรุงปักกิ่ง และ เมืองเซียะเหมิน ทะยานขึ้นถึง 20 - 30%
นอกจากนี้ ซีอาร์อีไอเอส เพิ่มเติมว่า ด้วยปริมาณที่อยู่อาศัยที่น่าจะมีเพิ่มขึ้นในปีนี้ ภาวะความขาดแคลนในตลาดคงมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก และบรรดานักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คงตัดสินใจพัฒนาโครงการอย่างมีเหตุมีผลมากขึ้น ไม่ตัดสินใจจากการหวังในผลประกอบการเป็นหลักอย่างที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ราคาบ้านในจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นทางเลือกในการลงทุนที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง ส่งผลให้รัฐบาลต้องพยายามลดความร้อนแรง เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาฟองสบู่แตกหรือปริมาณบ้านล้นตลาด ที่จะสร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจในภาพรวม โดยทางการกรุงปักกิ่งดำเนินมาตรการหลายอย่าง อาทิเช่น การลดการปล่อยกู้ภาคอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มปริมาณการก่อสร้างบ้านราคาไม่แพง และส่งเสริมให้มีการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อยอย่างต่อเนื่องในอนาคต









