วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พอร์ตบลจ.ซื้อหุ้นสูงสุดรอบ3ปี

พอร์ต บลจ.รับซื้อหุ้นปีนี้สูงสุดรอบ 3 ปีมูลค่ากว่าแสนล้านบาท ด้านผู้จัดการกองทุน มองต่างชาติฉวยโอกาสขายทำกำไร หลังให้ผลตอบแทนก้อนงาม

จากการรวบรวมข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า ในรอบปี 2556 นักลงทุนสถาบันในประเทศ ณ 19 ธ.ค. 2556 มียอดซื้อสุทธิ 1.08 แสนล้านบาทในรอบ 3 ปี โดยในปี 2554 มียอดขายสุทธิ 2.99 หมื่นล้านบาท ปี 2555 มียอดขายสุทธิ 2.43 หมื่นล้านบาท ขณะที่ภาพดัชนีหุ้นไทย ในปี 2554 ลดลง 0.72% ปี 2555 ดัชนีเพิ่มขึ้น 35.76% และล่าสุด ในปี 2556 ดัชนีปรับตัวลดลง 3.02%

สำหรับตัวเลขในไตรมาส 4 ของทุกปี ดัชนีหุ้นไทย จะปรับตัวขึ้นเพิ่มขึ้น แต่ปีนี้ดัชนีกลับปรับตัวลดลงสวนทาง โดยดัชนีในช่วงไตรมาส 4/2554 เพิ่มขึ้น 11.91% ไตรมาส 4/2555 เพิ่มขึ้น 7.17% และไตรมาส 4/2556 ดัชนีปรับตัวลง 2.41%

นายศรชัย สุเนต์ตา รองกรรมการผู้อำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังวิกฤติซับไพร์ม ปี 2551 เงินลงทุนของต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทย และตลาดเอเชียค่อนข้างมาก ในปีนี้ภาพเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น ต่างกับช่วงหลังวิกฤติซับไพร์ม ขณะเดียวกันราคาหุ้นไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดติดอันดับโลก เมื่อสัญญาณเศรษฐกิจโลกดีขึ้น ทำให้การจัดสรรเงินลงทุนใหม่ของต่างชาติ ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยได้เทขายหุ้นไทย หลังจากที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมา เพราะต้องการทำกำไรไปก่อน ทั้งนี้ แม้ต่างชาติจะขายหุ้นออกมากว่า 2 แสนล้านบาท เท่ากับที่เคยซื้อมาในช่วงหลังวิกฤติซับไพร์ม และต่างชาติได้กำไรกว่า 190% ในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่นักลงทุนในประเทศ ก็เป็นฝ่ายซื้อสุทธิมาตลอด โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนสถาบัน

"สาเหตุที่สถาบันหันมาซื้อหุ้นไทย เพราะมองว่ายังเป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจ เศรษฐกิจในระยะกลาง-ยาวยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากเศรษฐกิจหลักของโลกที่ฟื้นตัวตลอดจนการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่กำลังจะเกิดขึ้นเอง ในแง่พื้นฐานไม่ได้แย่ กำไรบริษัทจดทะเบียนก็ยังเติบโตต่อเนื่องโดยมองว่ากำไรเฉลี่ยในปีหน้า จะอยู่ที่ 115 บาท และปีถัดไป 127 บาท ปัจจุบันสัดส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ของไทย ก็ไม่แพง ซึ่งบริษัทมองเป้าดัชนีปีหน้า 1,550-1,600 จุด ที่พีอีเรโช 12.5 เท่า ซึ่งสะท้อนข่าวร้ายไปหมดแล้ว ตอนนี้เหมาะสำหรับการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว ถือว่าน่าสนใจ"

นายสุรสีห์ จงไชโย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารกองทุน สายงานจัดการลงทุน บลจ.ฟินันซ่า กล่าวว่า ปีนี้ต่างชาติขายหุ้นไทยมากกว่า 2 แสนล้านบาท กดดัชนีหุ้นไทยลงมาประมาณ 300 จุด มองเป็นเรื่องของการขายทำกำไรและปรับสัดส่วนเงินลงทุนใหม่เพราะตลาดหุ้นไทย ก็ให้ผลตอบแทนที่ดีต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่ขายเพราะเศรษฐกิจไทยไม่ดีหรือมีวิกฤติ ด้วยพื้นฐานของเศรษฐกิจ และกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังดี แม้อาจจะไม่ได้ดีมากเหมือนที่เคยมองกันช่วงต้นปี แต่ก็ยังมีการเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 10% ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าได้ นักลงทุนสถาบันเองที่รอจังหวะลงทุนก็คงได้โอกาสเข้าไปทยอยสะสมหุ้นเข้าพอร์ตเช่นกัน หุ้นที่ดีที่เคยสนใจในช่วงต้นปีอาจจะราคาแพงมากจนซื้อไม่ได้ แต่หลังจากต่างชาติเทขาย ราคาหุ้นก็กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ย่อมเป็นโอกาสให้นักลงทุนได้โอกาสเข้าไปลงทุน

"หุ้นแบงก์บางตัวปัจจุบันราคาต่ำกว่าช่วงต้นปี 2556 อีก ตอนนั้นคนยังแนะนำซื้อ ปัจจุบันราคาต่ำกว่าช่วงต้นปี ทำไมจะไม่ซื้อ พื้นฐานไม่เปลี่ยนเลย เป็นต้น เมื่อมีนักลงทุนขายในตลาดหุ้น ก็ต้องมีนักลงทุนซื้อเป็นธรรมดา เมื่อต่างชาติขายก็เป็นโอกาสที่ดีให้นักลงทุนในประเทศได้ซื้อหุ้นเข้าพอร์ต ซึ่งในอดีตราคาอาจจะสูงไป ปัจจุบันหลายบริษัทราคาก็กลับมาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และน่าสนใจอีกครั้ง เป็นต้น"