พาณิชย์ลุ้นมูลค่าส่งออก 2 เดือนที่เหลือเฉลี่ยเดือนละ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เชื่อทั้งปีโต 1% แต่หากส่งออกไม่ถึง 1.88 หมื่นล้าน ติดลบทันที
นางนันทวัลย์ ศกุลตนาคอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ส่งออกสินค้าไทยปี 2556 ว่า หากมูลค่าการส่งออก 2 เดือนหลักปีนี้ หรือในเดือนพ.ย. และเดือนธ.ค.2556 มีมูลค่าเฉลี่ยเดือนละ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลให้ทั้งปีมีอัตราการขยายตัวที่ 1% จากปี 2555 คิดเป็นมูลค่ารวม 231,533.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่หาก 2 เดือนที่เหลือมีมูลค่าเฉลี่ยเดือนละ 19,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะทำให้ทั้งปีขยายตัวได้เพียง 0.5% มูลค่า 230,533.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหากได้เฉลี่ยเดือนละ 18,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะทำให้ทั้งปี 2556 การส่งออกไม่ขยายตัวหรือ 0% มูลค่า 229,333.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น แต่ถ้าได้เฉลี่ยเดือนละ 18,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งปีจะติดลบ 0.02%
"กระทรวงพาณิชย์กำหนดเป้าหมายส่งออกปีนี้ขยายตัว 1% มูลค่า 231,579 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย ในช่วง 2 เดือนที่เหลือจะต้องมีมูลค่าเฉลี่ยเดือนละ 19,998 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต้องรอดูว่าจะมีมูลค่าตามเป้าหมายหรือไม่ แต่จากค่าเฉลี่ยของ 2 เดือนที่เหลือปี 2555 ได้เพียงเดือนละ 18,828 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น"
ส่วนในปี 2557 กระทรวงพาณิชย์ ตั้งเป้าหมายมูลค่าส่งออกขยายตัวไว้ที่ 5% จากปี 2556 มูลค่า 243,105 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะคาดว่าเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจคู่ค้าหลักจะดีขึ้น ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น ส่งผลให้ความต้องการซื้อมากขึ้น โดยสินค้าที่คาดจะขยายตัวได้ดีส่วนใหญ่เป็นสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมหนัก ได้แก่ ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ
ส่วนปัจจัยเสี่ยงคือ เศรษฐกิจโลกที่ยังอาจฟื้นตัวไม่มากนัก, ราคาสินค้าเกษตรทั่วโลกอาจลดลง, การขาดแคลนวัตถุดิบ โดยเฉพาะกุ้ง ที่เกิดโรคตายด่วนทำให้ผลผลิตปี 2556 ลดลงถึงเกือบ 40% แต่คาดว่าปี 2557 ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นจากปี 2556 ราว 10-20%, อัตราแลกเปลี่ยนผันผวน, ความเสี่ยงในการลดมาตรการคิวอีของสหรัฐฯ รวมถึงปัญหาการเมืองของไทย ที่หากยังมีปัญหาต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2557 อาจส่งผลกระทบต่องานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นในไทย เช่น งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและเครื่องหนัง งานแสดงสินค้าของขวัญและของตกแต่งบ้าน และอาจทำให้ลูกค้าจากทั่วโลกไม่มั่นใจที่จะเดินทางเข้าร่วมงาน และอาจกระทบต่อยอดคำสั่งซื้อได้ แต่เชื่อว่า ปัญหาการเมืองไม่น่าจะยืดเยื้อยาวถึงกลางปีหน้า เพราะทุกฝ่ายต้องการให้ปัญหาจบโดยเร็วที่สุด เพราะปัญหาการเมืองจะมีผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และอาจทำให้นักลงทุน และลูกค้าไม่มั่นใจที่จะเข้ามาลงทุน หรือสั่งซื้อสินค้าไทย









