แนวโน้ม Oil Futures
BRF14 (ม.ค.)
แนะนำเปิดสถานะซื้อ (Long) บริเวณ 3,583 เพื่อทำกำไรช่วงขาขึ้นบริเวณ 3,610 หรือสูงกว่า ตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 3,570 หรือ
มุมมองเชิงพื้นฐาน
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ.ที่ตลาดลอนดอน พุ่งขึ้น 66 เซนต์ ปิดที่ 110.29 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบยังคงปรับตัวขึ้นหลังจากเฟดมีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมครั้งล่าสุดซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ ด้วยการปรับลดวงเงินการซื้อพันธบัตรลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากเดิมที่ระดับ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน และนักลงทุนมีมุมมองว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวแข็งแกร่งขึ้น และตลาดแรงงานฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นตัวหนุนให้ อุปสงค์น้ำมันดิบปรับตัวขึ้นตาม
รวมถึงแรงหนุงจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ที่ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐในรอบสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 13 ธ.ค. ร่วงลง 2.9 ล้านบาร์เรล แตะ 372.3 ล้านบาร์เรล มากกว่านักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงราว 2.7 ล้านบาร์เรล
อีกปัจจัยหนึ่งที่ยังเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ คือความไม่สงบในลีเบียยังคงเป็นปัดจัยที่หนุนราคาน้ำมันต่อ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในลิเบียยังไม่มีข้อยุติ ซึ่งทางรัฐบาลกลางยังไม่สามารถตกลงเรื่องส่วนแบ่งรายได้กับกลุ่มต่างๆได้ ส่งผลให้ตลาดยังคงกังวลต่ออุปทานน้ำมันที่ลดลงจากลิเบียซึ่งปัจจุบันลิเบียส่งออกน้ำมันดิบเพียงประมาณ 200,000 บาร์เรลต่อวัน เทียบกับ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงก่อนความวุ่นวาย
ทั้งนี้ค่าเงินบาทที่อ่อนตัวอย่างต่อเนื่องจากการปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบ Oil Futuresปรับตัวขึ้น









