วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไพร้ซฯยกไทยติด70ของโลกเก็บภาษีดีขึ้น

ไพร้ซ วอเตอร์เฮาส์เปิดผลสำรวจไทยอยู่ที่อันดับ 70 จาก 189 ประเทศทั่วโลกมีการจัดเก็บภาษีดีขึ้นแซงจีน-อินเดีย-ญี่ปุ่น ขยับจาก 96 ปีที่ผ่านมา

บริษัท ไพร้ซ วอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส บริษัทที่ปรึกษากฎหมายและภาษีชั้นนำของโลก ได้จัดสัมมนาหัวข้อ"การจ่ายภาษีในปี 2014" พร้อมเผยผลการศึกษาล่าสุดซึ่งทำร่วมกับธนาคารโลก โดยระบุ ไทยได้ติดอันดับประเทศที่มีการจัดเก็บภาษีดีขึ้นของโลก อยู่ในอันดับ 70 ปีนี้ขยับจากอันดับ 96 ในปีที่ผ่านมา นำหน้าประเทศจีน อินเดีย และ ญี่ปุ่น จากผลการสำรวจกว่า 189 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับ 5 ของกลุ่มประเทศอาเซียน หลังได้อานิสงส์จากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้ของรัฐหนุน

นายถาวร รุจิวนารมย์ หัวหน้าหุ้นส่วนกรรมการอาวุโส และ กรรมการบริหาร สายงานภาษีและกฎหมาย บริษัทไพร้ซ วอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวถึงสาเหตุที่ไทยได้รับการจัดอันดับให้มีการจัดเก็บภาษีดีขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีอัตราภาษีรวมอยู่ที่ 29.8% จำนวนชำระภาษี 22 ครั้ง และ ใช้เวลาทั้งสิ้น 264 ชั่วโมงในการชำระภาษี ซึ่งเป็นผลจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้ของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา เช่น การปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เป็น 23% และภายในสิ้นปีนี้ จะปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกครั้งเป็น 20%

"ผลของเมืองไทยโดยรวมปีนี้ ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน โดยดูจากอัตราภาษีรวมที่ลดลงมาจากปีก่อนที่ 37.6% เป็นหลัก ขณะที่ตัวชี้วัดทั้งในส่วนจำนวนครั้งที่ชำระภาษีและเวลาการชำระภาษี ไม่มีการเปลี่ยนแปลง"

ขณะนี้ หลายๆ ประเทศทั่วโลก ให้ความสนใจและดำเนินการด้านต่างๆ เพื่อมุ่งสู่การปฏิรูปภาษีต่อเนื่อง โดยผลจากการศึกษาระบบภาษีใน 189 ประเทศพบว่า การปฏิรูประบบภาษีอากรที่ใช้กันมากในช่วง 3 ปีติดต่อกัน คือ นำระบบการยื่นภาษีออนไลน์มาใช้ เพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร แต่เวลาการชำระภาษีและจำนวนงวดภาษีที่ต้องจ่ายลดลงในปี 2555 แต่ลดลงในอัตราที่ต่ำ

"ภาพรวมการจัดเก็บภาษีทั่วโลกมีแนวโน้มลดต่ำลง เพื่อทำให้เอกชนมีภาระภาษีน้อยลง ส่งเสริมการแข่งขันได้มากขึ้น เนื่องจากการแข่งขันในอนาคตจะมีระบบภาษีระหว่างประเทศมากขึ้น และยังมีมูลค่าสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนมากขึ้น ยี่ห้อสินค้า ซอฟต์แวร์ โนว์ฮาว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฐานภาษี จากการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์และข้ามพรมแดนมากขึ้น การเสียภาษีระหว่างประเทศจึงมีความซับซ้อนมากขี้นตามไปด้วย ทุกประเทศจึงต้องปฏิรูปการจัดเก็บภาษีให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก"

นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วน บริษัทไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า จากรายงานฉบับใหม่ของบริษัทร่วมกับกลุ่มธนาคารโลกระบุว่า ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ กับการสร้างความสมดุลระหว่างการเพิ่มภาษีรายได้ และการผลักดันให้มีการเติบโตทางธุรกิจ ขณะที่ภาพรวมของการจัดเก็บภาษีทั่วโลก มีแนวโน้มลดจำนวนภาษีทั้งหมดที่บริษัทต้องจ่ายในอัตราต่ำลง

จากการศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 9 ปี พบว่า อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ภาษีแรงงานที่บริษัทต่างๆ รับผิดชอบนั้น ยังคงทรงตัว โดยภาษีแรงงานนี้ ถือเป็นสัดส่วนมากที่สุดของภาระภาษีทั้งหมด และผลการศึกษาภาพรวมภาษีทั่วโลกในปีที่ผ่านมาพบว่า โดยเฉลี่ยทั่วโลก บริษัทมีอัตราภาษีรวมที่ 43.1% ของผลกำไร โดยชำระภาษีเป็นจำนวน 26.7 ครั้ง และ ใช้เวลา 268 ชั่วโมงในการชำระภาษี

สำหรับเกณฑ์ที่ใช้จัดอันดับ ประกอบด้วย อัตราภาษีรวม (Total Tax Rate) เวลาการชำระภาษี (Time to comply) และจำนวนครั้งที่ชำระ (Number of payments)

ขณะที่นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารโลก จัดอันดับให้ไทยเป็นประเทศที่อำนวยความสะดวกในการให้บริการทางภาษีแก่ผู้ใช้บริการอันดับ 18 นับจาก 189 ประเทศทั่วโลก โดยอันดับดังกล่าวถือว่า เป็นอันดับที่ดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งอยู่อันดับ 3 มาต่อเนื่องนาน 3 ปี หวังว่าปีหน้าไทยจะถูกจัดอันดับดีขึ้น หรืออยู่ในระดับต่ำกว่า 10

"หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีได้พยายามปรับปรุงการให้บริการ ปรับลดอัตรา เพื่อให้การบริหารที่ดีขึ้นแก่ผู้เสียภาษี โดยดำเนินการสำรวจและเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนว่า เป็นอย่างไร โดยปัจจุบัน อัตราการจัดเก็บเราก็อยู่ในลำดับต้นๆ ขณะเดียวกัน ก็พยายามใช้ระบบออนไลน์เข้ามาเสริมในการให้บริการ เพื่อลดระยะเวลาการยื่นชำระภาษี เราก็หวังว่า ในปีหน้า เราจะติดอยู่ใน 10 อันดับของประเทศที่อำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่ผู้เสียภาษี"นายอารีพงศ์กล่าว

นายอารีพงศ์กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการปรับเลื่อนอันดับ คือ การประชาสัมพันธ์ให้ภาคธุรกิจรับทราบถึงระบบไอทีที่หน่วยงานด้านภาษีมีให้บริการ ซึ่งที่ผ่านมา ภาคธุรกิจได้เข้ามาใช้บริการเพียง 5-10% ดังนั้น เพื่อให้ภาคเอกชนได้เข้ามาใช้บริการดังกล่าวให้มากขึ้น เราจะต้องมีการจัดทำคู่มือในการให้บริการอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ จะต้องจัดทำระบบบริการภาษีแก่ภาคธุรกิจด้วยว่า มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เป็นต้น