แบงก์ไทยพาณิชย์ มั่นใจกองทุนทรูจองล้น หลังรายใหญ่เริ่มแสดงความสนใจ "ไทคอน อินดัสเทรียล" เล็งขายสินทรัพย์เข้ากองทุนเพิ่มปีหน้า
นางสาววรดา ตั้งสืบกุล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายวาณิชธนกิจ 2 ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธุรกิจวาณิชธนกิจปี 2557 มีอีกหลายดีลเกิดขึ้น ทั้งนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ครั้งแรก หรือไอพีโอ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) รวมถึงการซื้อและควบรวมกิจการ ซึ่งภาวะตลาดผันผวน จะเหมาะสมสำหรับการซื้อกิจการของบริษัทที่แข็งแกร่ง โดยความต้องการซื้อกิจการจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเออีซี โครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีมากขึ้น ทำให้มีเม็ดเงินสะพัด และความต้องการเกิดขึ้นมาก แต่ปริมาณการขายยังมีไม่มาก
"ดีลปีหน้ายังมีต่อเนื่อง ทั้งเพิ่มทุนของกองทุน CPNRF หรืออินฟราฟันด์ในกลุ่มพลังงาน 1 ตัว และมีบริษัทที่จะจดทะเบียนในตลาดอีก รวมแล้วหลายหมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับปีนี้"
นางวรดา ยังกล่าวถึงกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ทรูโกรท (TRUEGIF) ที่ธนาคารเป็นที่ปรึกษาทางการเงินว่า หลังจากปรับลดวงเงินขายกองทุนจาก 6-8 หมื่นล้านบาท เหลือ 5.8 หมื่นล้านบาท และได้ปรับเพิ่มอัตราผลตอบแทนการลงทุนจาก 6.5-8% เป็น 8.8% ในปีแรก ซึ่งความต้องการผลตอบแทนในระดับสูงและการแกว่งตัวของรายได้ในระดับต่ำ จึงเชื่อวันนี้ (19 ธ.ค.) จะขายกองทุนได้สูงกว่าปริมาณที่เสนอขาย เพราะขณะนี้เริ่มมีนักลงทุนสถาบันรายใหญ่จองซื้อเข้ามาช่วงก่อนปิดจองซื้อ ความต้องการจองซื้อที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้สัดส่วนการถือหุ้นจากทรูคอร์ปอเรชั่นลดลงมาบ้าง แต่เชื่อจะอยู่ในกรอบ 18-33%
ด้านนายวีรพันธ์ พูลเกษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น หรือ TICON กล่าวว่า ปี 2557 บริษัทมีแผนขยายขนาดกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไทคอน อินดัสเทรียล โกรท หรือ TGROWTH โดยขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอีก 500 ล้านบาท ไตรมาสแรกปีหน้า ทำให้กองทุน TGROWTH มีมูลค่า 6,000 ล้านบาท จากนั้นจะแปลงสภาพจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เป็นกองทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT ช่วงไตรมาส 3 และขายสินทรัพย์เข้ากองทุนเพิ่มเติมอีก 6,000 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่ากองทุนแตะ 12,000 ล้านบาท
เมื่อวานนี้ (18 ธ.ค.) กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไทคอน อินดัสเทรียล โกรท (TGROWTH) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรก ราคาเปิดการซื้อขายอยู่ที่ 9.05 บาท ต่ำกว่าราคาเสนอขายหน่วยละ 10.00 บาท
"กองทุน TGROWTH ได้รับความสนใจจากรายย่อยและต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน ที่มีต่อกองทุน TGROWTH อย่างแท้จริง การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของกองทุน จึงเป็นการเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนที่พลาดการจองซื้อในช่วงไอพีโอ"
บริษัทเตรียมจะบันทึกรายได้จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน TGROWTH มูลค่า 5,550 ล้านบาท เข้ามาในไตรมาส 4 ปีนี้ ทำให้รายได้ไตรมาสสุดท้ายของปีเติบโตก้าวกระโดด จึงเชื่อว่ารายได้และกำไรสุทธิจะเติบโตตามเป้า 30% จากปี 2555 ที่มีรายได้ 6,000 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิเกือบ 1,296 ล้านบาท ขณะที่ 9 เดือนปีนี้ มีรายได้ 1724 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 507 ล้านบาท
นายวีรพันธ์ กล่าวว่า ปี 2557 ตั้งเป้ารักษาการเติบโตกำไร 25-30% จากปีนี้ เพราะค่าเช่าเติบโต 5-10% ต่อปี หลังขยายพื้นที่ใหม่และคลังสินค้าเพิ่ม โดยปีนี้เตรียมงบลงทุน 8,000 ล้านบาท จากเงินระดมทุนในการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ในเครือราว 6,500 ล้านบาท และอีก 2,000 ล้านบาท มาจากการเงินกู้สถาบันทางการเงิน แบ่งเป็น 5-6 พันล้านบาท ใช้ขยายพื้นที่โรงงานให้เช่าราว 4 แสนตารางเมตร และคลังสินค้าให้เช่า ส่วนที่เหลือเป็นการใช้ซื้อที่ดินเปล่าเพิ่ม
ส่วนการเมืองภายในประเทศ แม้จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้เช่ารายใหม่ แต่กระทบช่วงสั้น เพราะผู้เช่าส่วนใหญ่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสถานการณ์เริ่มคลี่คลายเป็นลำดับ ซึ่งการตัดสินใจเลือกพื้นที่เช่า ผู้เช่าจะคำนึงถึงความสะดวกด้านโลจิสติกส์ ซึ่งไทยอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ที่ได้เปรียบ และมีมาตรฐาน ความทันสมัยของโรงงาน และอาคารคลังสินค้าให้เช่า
ด้านนางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์ ในฐานะผู้จัดการกองทุน TGROWTH กล่าวว่า ทรัพย์สินที่กองทุน TGROWTH เข้าลงทุนครั้งแรก แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การลงทุนครั้งแรกส่วนที่ 1 ได้แก่ สิทธิการเช่าที่ดินและอาคารโรงงาน 38 โรง จากบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น 30 ปี และสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารคลังสินค้าจากบริษัท ไทคอน โลจิสติคส์ พาร์ค (ทีพาร์ค) 50 ยูนิต 30 ปี ซึ่งใช้แหล่งเงินลงทุนจากการระดมทุน โดยเสนอขายหน่วยลงทุนให้กับประชาชนทั่วครั้งแรก 5,550 ล้านบาท และการลงทุนครั้งแรกส่วนที่ 2 ซึ่งกองทุนรวมจะเข้าลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดิน และอาคารโรงงานจากไทคอน 30 ปี เพิ่มอีก 2 โรง โดยใช้เงินกู้ยืมแบงก์ 460 ล้านบาท รวมเงินลงทุนโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท









