แนวโน้ม Oil Futures
BRF14 (ม.ค.)
แนะนำเปิดสถานะขาย (Short) บริเวณ 3,505 เพื่อทำกำไรขาลง บริเวณ 3,472 หรือต่ำกว่า ตัดขาดทุนหากราคาสูงกว่า 3,518 หรือ
มุมมองเชิงพื้นฐาน
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค.ที่ตลาดลอนดอน ลดลง 97 เซนต์ ปิดที่ 108.44 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงหลังจากที่ตลาดยังคงรอผลของการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ระหว่างวันอังคารและวันพุธนี้ ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะตัดสินใจลดเงินอัดฉีด 85 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน สำหรับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หรือไม่ เนื่องจากตลาดมองว่าตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ประกาศในช่วงที่ผ่านมามีความแข็งแกร่งมากขึ้น
รวมถึง พนักงานของโรงกลั่น Grandpuits ของ Total ในประเทศฝรั่งเศส ใกล้เมืองปารีส ได้ทำการลงคะแนนเสียงเพื่อที่จะประท้วงหยุดงานเป็นเวลา 5 วันในวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสาเหตุให้ความต้องการน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง โดยที่โรงกลั่นน้ำมันแห่งนี้มีกำลังการผลิตที่ 99,000 บาร์เรลต่อวัน และการตัดสินใจประ ท้วงหยุดงานครั้งนี้ยังส่งผลให้โรงกลั่นที่ Feyzin, Gonfreville และ La Mede ประท้วงหยุดงานด้วยเช่นกัน โดยมีกำลังการกลั่นอยู่ที่ 613,000 บาร์เรลต่อวัน
อย่างไรก็ตาม สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐฯ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ณ วันที่ 13 ธ.ค. ปรับลดลง 2.5 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 367.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 2.3 ล้านบาร์เรล
อีกทั้งการคาดการณ์ที่จะยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลงต่อเนื่อง แต่ยังเป็นปัจจัยหนุนราคามากนักหากคิดเทียบผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงจากผลกระทบการลด QE









