โบรกเกอร์ลดน้ำหนักลงทุนกลุ่มสื่อต่ำกว่าตลาด เหตุการณ์ประมูลทีวีดิจิทัล ดันค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ในช่วงแรก
บล.ธนชาต วิเคราะห์ว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยืนยันกำหนดการการประมูลทีวีดิจิทัล 24 ช่องในวันที่ 26-27 ธ.ค.นี้ พร้อมได้กำหนดการเสนอราคาจำลองขึ้นในวันที่ 19-20 ธ.ค. สำหรับผู้สมัคร 41 รายจาก 29 บริษัท เพื่อให้ได้สัมผัสขั้นตอนการเสนอราคา
ทั้งนี้กสทช. จะทำการตรวจสอบและยืนยันผลการประมูลภายใน 15 วันหลังจากวันประมูล โดยคาดว่าจะออกใบอนุญาตทีวีดิจิทัลกับผู้ชนะ 24 รายภายในเดือน ม.ค.2557 และจะสามารถออกอากาศได้ภายใน ก.พ. 2557
บริษัทได้ให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มสื่อต่ำกว่าตลาด เนื่องจากวงจรการใช้เงินลงทุนครั้งใหม่ กับค่าใช้จ่ายที่สูงกว่ารายได้ที่รับจากการถ่ายทอดทีวีดิจิทัลในช่วงปีแรกๆ โดยบริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย (VGI) ยังคงเป็นหุ้นเด่น (TOP PICK) เพราะเป็นหุ้นที่ได้รับผลกระทบน้อยสุดในหุ้นกลุ่มสื่อฯทั้งหมดจากปัจจัยการเปลี่ยนแปลงเสรีนี้ เนื่องจาก 75% ของรายได้มาจากธุรกิจสื่อที่เกี่ยวข้องกับรถไฟฟ้า
นอกจากนี้ยังมองว่า บริษัท อาร์เอส (RS) เป็นหุ้นท็อปเพลย์ (TOP PLAY) ในยุคทีวีดิจิทัล เนื่องจากคาดว่าจะได้รับผลประโยชน์จากอัตราค่าโฆษณาทีวีดิจิทัลที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับอัตราค่าโฆษณาทีวีดาวเทียมปัจจุบันที่ยังต่ำอยู่ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากรายการทีวีดาวเทียมที่มีเรทติ้งสูงอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
ขณะที่บล.เคเคเทรด วิเคราะห์ว่า ตามเกณฑ์การประมูลกำหนดว่ากสทช.จะต้องประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลอย่างเป็นทางการภายใน 15 วัน นับจากวันประมูล และผู้ชนะการประมูลจะต้องออกอากาศทีวีดิจิทัลภายใน 30 วันนับจากวันประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ผู้ให้บริการแต่ละรายจะมีต้นทุนการดำเนินงานทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้นทันที นับตั้งแต่มีการออกอากาศ โดยมีต้นทุนหลัก ได้แก่ ค่าคอนเทนต์ ค่าตัดจำหน่ายเงินประมูล ค่าโครงข่าย (4-14 ล้านบาทต่อปี) และค่าอัพลิงค์ (UPLINK) สัญญาณดาวเทียม (24-72 ล้านบาทต่อปี) ในขณะที่รายได้ค่าโฆษณายังคงอยู่ในระดับที่ต่ำ เนื่องจากแต่ละช่องรายการต้องใช้เวลาในการสร้างฐานผู้ชม สร้างความเชื่อมั่นให้กับเอเยนซี่โฆษณา อีกทั้งการวางโครงข่ายทีวีดิจิทัล จะต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี ถึงจะครอบคลุมครัวเรือนทั่วประเทศ
นอกจากนี้ทีวีดิจิทัลจะเป็นตัวกดดันกำไร เนื่องจากประเมินว่ารายได้ค่าโฆษณาจะยังเติบโตไม่ทันกับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และหากราคาประมูลเป็นไปตามที่คาดคือ ช่องเอชดี 2.3 พันล้านบาท ช่องเอสดี 1.1 พันล้านบาท ช่องข่าว 660 ล้านบาท ช่องเด็ก 280 ล้านบาท การลงทุนให้บริการทีวีดิจิทัลจะทำให้บริษัทในกลุ่มสื่อ (MEDIA) ที่เข้าร่วมประมูลมีต้นทุนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 60-680 ล้านบาทต่อปี
แม้การให้บริการทีวีดิจิทัลในปี 2557 ในปีแรกจะฉุดผลประกอบการโดยรวมของผู้ประกอบการทุกรายที่ชนะการประมูล แต่เลือกอาร์เอสเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มฯ เนื่องจากมีความปลอดภัยจากผลกระทบของการลงทุนในระยะแรกมากที่สุดเพราะในปี 2557 จะมีกำไรจากการบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกที่คาดไว้ประมาณ 100 ล้านบาท เข้ามาช่วยชดเชยต้นทุนที่จะเพิ่มขึ้น






