วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รีอินชัวร์เรอร์จ่อขึันเบี้ย ผวาการเมืองป่วน!

รีอินชัวเรอร์สั่งบริษัทประกันไทยรายงานการเมืองใกล้ชิด ชี้เข้าข่ายผิดปกติ เล็งทบทวนค่าเบี้ยประกันภัยความวุ่นวาย-ความรุนแรงการเมืองใหม่

นายพุทธิพงษ์ ด่านบุญสุต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทรับประกันภัยต่อต่างชาติ หรือ รีอินชัวเรอร์ ได้มองสถานการณ์ทางการเมืองของไทยว่ามีทิศทางผิดปกติ แม้จะเห็นว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นจะเป็นการเรียกร้องภายในกรอบรัฐธรรมนูญก็ตาม จึงได้ขอให้ผู้รับประกันในไทย แสดงความคิดเห็นถึงแนวโน้มการแก้ไขปัญหาทางการเมืองเนื่องจากมีผลต่อกรมธรรม์ประกันภัยด้วย โดยเฉพาะกรมธรรม์ประกันภัยความวุ่นวายหรือความรุนแรงทางการเมือง (Political Violence Insurance :PV)

ทั้งนี้รูปแบบของกรมธรรม์พีวี จะให้ความคุ้มครอง 7 ระดับ ประกอบด้วย 1.เรื่องการก่อการร้าย 2.การจลาจลประชาชนลุกฮือขึ้นมาต่อต้านรัฐบาล 3.กรณีที่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาไม่พอใจและตั้งใจให้เกิดความเสียหาย เช่น กัปตันขับเครื่องบินไม่พอใจรัฐบาล ไม่พอใจในฐานะลูกจ้างตัวเอง แล้วขับเครื่องบินไปชนตึก ซึ่งหากเป็นยุคแรกๆ คนงานก็เอาไม้ขัดเครื่องจักรให้เสียหาย แต่ปัจจุบันเรื่องที่นายจ้างกลัวมากที่สุด คือ การใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ เช่น นาย ก.ควบคุมขีปนาวุธไม่พอใจรัฐบาล ก็ส่งไวรัสไปให้เกิดการทำงานขึ้นมา สร้างความเสียหาย 4.เรื่องการตั้งใจหรือเจตนาให้ทรัพย์สินของบุคคลอื่นได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นเหตุต่อเนื่องจากการจลาจล ทำลายทรัพย์สินหรือประสงค์ลักทรัพย์

กรณีที่ 1-4 แนวโน้มความรุนแรงทางการเมืองมีเหตุจากความไม่พอใจทางการเมือง ซึ่งหลักก็มาจากประชาชนที่เป็นกลุ่มน้อย ไม่ใช่ผู้มีอำนาจหรือมีอาวุธเป็นของตัวเอง 5. เป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจการปฏิวัติ การรัฐประหาร หรือการเปลี่ยนแปลงทางการปกครอง เช่น กรณี กปปส.อ้างว่าได้รับอำนาจมาจากมวลมหาประชาชน บอกให้นายกฯลาออก แต่นายกฯไม่ยอมลาออก ซึ่งก็เป็นกรณีนี้ แต่ในทางกลับกันถ้านายกฯก็จะกล่าวหาว่า สุเทพเป็นคนปลุกปั่นระดมผู้คนมา ก็ถือเป็นความผิดเหมือนกัน

6. การปฏิวัติ คือ การใช้อำนาจจากการเปลี่ยนแปลงทางการปกครองโดยใช้อาวุธ และ 7.กรณีเกิดสงครามและสงครามกลางเมือง ดังนั้น ความคุ้มครองกรณีที่ 5-7 จึงเกิดจากผู้มีอำนาจ ส่วนกรณีที่ 1-4 เกิดจากประชาชน

"ขณะนี้ รีอินชัวเรอร์ อยู่ระหว่างการพิจารณาและประเมินค่าเบี้ยประกัน พีวี ในปีหน้าอยู่ เนื่องจากประกัน พีวี ใกล้จะหมดอายุในช่วงปลายปีและต้องมีการต่ออายุในปี 2557"

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองของไทย ส่งผลกระทบต่อลูกค้า เพราะล่าสุดได้มีลูกค้ารายใหม่ 3 ราย ที่เป็นสถาบันการเงินและได้ยื่นเรื่องขอทำประกันพีวีมายังบริษัท แต่รีอินชัวเรอร์ ยังไม่สามารถเคาะเบี้ยประกันได้ จนกว่าสถานการณ์การเมืองไทยจะได้ข้อสรุป หรือมีแนวโน้มต้องมีการเลือกตั้งขึ้นแน่นอน เช่น มีขั้นตอน มีการจัดสรรงบประมาณ มีการกำหนดวันรับสมัครและมีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทางรีอินชัวเรอร์ถึงจะกล้าเคาะเบี้ยและบริษัทถึงจะอนุมัติขายประกันพีวีได้ ตอนนี้ต่างชาติมองว่า ถ้าไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น แสดงว่าไม่ได้มีการปกครองเหมือนกับอารยะประเทศอื่น

ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้น ในขณะนี้ คือ 1. ทำประกันพีวีไปแล้วหรือต่ออายุ บริษัทประกันก็จะรับทำต่อหรือปรับปรุงเบี้ย 2.รอกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศเลือกตั้ง มีบัญชีผู้เลือกตั้ง มีพรรคการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็จะสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งต่างชาติถือว่าการยุบสภาเลือกตั้งเป็นทางออกที่ดีที่สุด อัตราเบี้ยได้มีการเปลี่ยนแปลงตาม 3 ช่วงเหตุการณ์ คือ 1.ช่วงก่อนวันที่ 24 พ.ย.- 9 ธ.ค. การต่ออายุประกันพีวีทำได้โดยสะดวกไม่มีการเพิ่มเบี้ยแต่อย่างใด

2.เหตุการณ์หลังวันที่ 9 ธ.ค. การต่ออายุประกันพีวีสำหรับลูกค้าเก่า ได้มีการปรับเพิ่มเบี้ยขึ้นอีก 10-15% และ 3.ลูกค้ารายใหม่ที่ยื่นเรื่องขอทำประกัน พีวี ยังไม่ได้มีการตอบรับทำประกันแต่อย่างใด โดยต้องรอความชัดเจนทางการเมืองก่อน

นอกจากนี้ ยังมีความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในการรับประกันภัยต่อต่างชาติ เห็นว่า ไทยและอาเซียน มี 2-3 เหตุการณ์ที่กลายเป็นปกติแล้ว คือ 1. การเกิดภัยธรรมชาติ และเห็นว่าควรมีการจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติอาเซียนขึ้นมา 2. มีการชุมนุมทางการเมืองมีภัยความรุนแรงทางการเมือง อย่าง ไทย พม่า กัมพูชา ซึ่งควรให้ตั้งเป็นกองทุนที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงทางการเมือง ขึ้นมาโดยเฉพาะ และให้ขายความคุ้มครองภัยการเมืองควบคู่ไปกับประกันอัคคีภัย ซึ่งในประเทศอังกฤษมีกองทุนนี้มานานแล้ว

"ตลาดลอยไม่ได้สนใจว่า จะมีใครมาทำประกันภัยต่อทางการเมืองลดลงหรือไม่ แต่ต้องการพัฒนาตลาดประกันภัยทั่วโลกมากกว่า เพราะสุดท้ายแล้วก็ต้องมีการทำประกันภัยต่อมาที่ตลาดลอยอยู่ดีในส่วนของประกันภัยทรัพย์สินนั้น จะมีแนวโน้มค่าเบี้ยลดลง เนื่องจากไม่เกิดน้ำท่วม"