"จรัมพร"ห่วงการเมืองยืดเยื้อต่างชาติโยกเงินไปลงทุนตลาดหุ้นจีน-สหรัฐ-เวียดนาม ส่วนระยะกลาง-ยาวพื้นฐานตลาดหุ้นยังดี เหตุศก.ขยายตัวได้
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นปัจจุบัน ยังมีความไม่แน่นอน ทั้งปัจจัยการเมืองและเรื่องปรับลดขนาดคิวอี (QE) และปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศ ทั้งนี้ หากปัญหาการเมืองในประเทศยังยืดเยื้ออาจมีผลให้ต่างชาติขายหุ้นออกต่อเนื่อง และนำเงินไปลงทุนในตลาดหุ้นอื่น เช่น เวียดนาม จีน และสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในระยะกลางถึงยาว ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสที่ดีจากพื้นฐานเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวได้ แต่ในระยะสั้นนี้ ปัจจัยเรื่องของการลดขนาด หรือยกเลิกมาตรการ QE ของสหรัฐฯ ยังมีอิทธิพลกับตลาดหุ้นและมีน้ำหนักมากกว่า ปัจจัยการเมืองในประเทศ ทั้งนี้ จากต้นปีจนถึงปัจจุบัน ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงแล้ว 4.39%
ในปลายปี 2557 จะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ชัดเจน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และประเทศ เพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม เป็นต้น สำหรับปีนี้ ถือเป็นปีทองของการระดมทุนโดยผ่านการขายหุ้นไอพีโอโดยมี มูลค่าการระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์แล้วกว่า 3 แสนล้านบาท และจะมีการขายหน่วย ลงทุนของกองทุนในกลุ่มทรูคอร์ปอเรชั่น ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่เข้ามาในช่วงปลายปีด้วย
ก่อนหน้านี้ ตลาดหลักทรัพย์มีเป้าหมายในการระดมเงินจากการ เสนอขายหุ้นไอพีโอที่ 1.2 แสนล้านบาท ขณะที่ปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติมีการขายหุ้น ในตลาดหุ้นไทยออกไปแล้วประมาณ 1.7 แสนล้านบาท ขณะที่ในปีนี้ มูลค่าการระดมทุนในตลาดสูงถึงกว่า 3 แสนล้านบาท
นักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซียไซรัส กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ก่อนจะปิดเป็นบวกเล็กน้อย เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงรอจับตาดูผลการประชุมเฟดในวันที่ 17-18 ธ.ค.นี้ก่อน โดยหลายฝ่ายยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะพิจารณาเรื่องการชะลอมาตรการ QE ขณะที่สถานการณ์การเมืองในประเทศยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก แม้ว่าในช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาจะมีการจัดงานเสวนาหาทางออกของประเทศหลายเวที โดยเฉพาะเวทีที่กองทัพเป็นแม่งานในวันเสาร์และที่รัฐบาลจัดในวันอาทิตย์ก็ยังไม่ได้มีข้อสรุปใดๆ ออกมา
ทั้งนี้ คาดว่าสัปดาห์นี้ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะยังถูกกดดันด้วยประเด็นการเมืองต่อเนื่อง และต้องรอดูท่าทีจากการประชุมใหญ่ของพรรค ปชป. ในวันนี้(17 ธ.ค.) อีกครั้งว่าจะแสดงจุดยืนกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.2557 นี้อย่างไร และติดตามผลการประชุมเฟดในวันพรุ่งนี้ (18 ธ.ค.) ด้วย ดังนั้น ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จึงยังมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวผันผวนต่อเนื่องต่อไป แนวรับ 1340-1337 , 1330-1326 จุด แนวต้าน 1345-1347 , 1350-1355 , 1360 จุด
"คาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะยังแกว่งตัวผันผวนในด้านปรับตัวลงให้เห็น แต่กรอบการลงมีสิทธิที่จะเริ่มจำกัดมากขึ้น เพื่อติดตามผลประชุมเฟดในช่วงกลางสัปดาห์ และรอดูความชัดเจนทางการเมืองต่อไป ดังนั้นช่วงนี้เราจึงยังเน้นเป็นแค่เทรดดิ้งสั้นตามรอบไว้ก่อน"
นางสาวอาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์วานนี้ (16 ธ.ค.) ถูกกดดันจากปัจจัยภายในประเทศ คือความผันผวนทางการเมือง และปัจจัยภายนอกคือ แนวโน้มการชะลอคิวอีของประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้นักลงทุนทุกกลุ่มล้วนชะลอการลงทุนเอาไว้ก่อน เห็นได้จากมูลค่าการซื้อขายวานนี้ที่ค่อนข้างเบาบาง
ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในระยะนี้ จะยังคงผันผวนต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนยังคงรอความชัดเจนทั้งจากปัจจัยภายนอก คือผลการประชุมของเฟดที่จะมีขึ้นในวันที่ 17-18 ธ.ค.นี้ ผลการประชุม FOMC รวมทั้งรอดูความชัดเจนของการปฏิรูปการเมือง ทั้งนี้ แนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อหุ้นพื้นฐานที่ราคาปรับลดลงมาค่อนข้างมาก แต่ควรเป็นการลงทุนในระยะกลาง-ยาว ส่วนการลงทุนระยะนั้น ไม่แนะนำให้ลงทุน หรือหากนักลงทุนต้องการลงทุนระยะสั้น ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงในระดับสูงมาก









