สายการบินรายใหญ่จากตะวันออกกลาง เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ ปฏิเสธการเข้าซื้อหุ้นในสายการบินแห่งชาติออสเตรเลีย "แควนตัส แอร์เวย์ส"
หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอของสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง "นายทิม คลาร์ค" ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ เวสต์ ออสเตรเลียน ว่า ไม่มีการพูดคุยเกี่ยวกับการซื้อหุ้นของแควนตัสแต่อย่างใด หลังหุ้นของสายการบินแห่งชาติออสเตรเลียร่วงต่ำเป็นประวัติการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากผู้บริหารของแควนตัสคาดการณ์ว่าผลขาดทุนในครึ่งปีหลังอาจสูงถึง 270 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ซีอีโอของสายการบินแห่งชาติออสเตรเลีย "นายอลัน จอยซ์" ก็เพิ่งตำหนิว่าสายการบินคู่แข่งอย่าง "เวอร์จิน ออสเตรเลีย" มีพฤติกรรมดำเนินธุรกิจอย่างไม่เหมาะสม และพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลออสเตรเลียเข้าซื้อหุ้นในแควนตัสหรือผ่อนคลายกฎการจำกัดปริมาณต่างชาติเข้าถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% เพื่อเปิดทางรับเงินทุนจากธุรกิจต่างชาติ
ก่อนหน้านี้ แควนตัส มีสัดส่วนการบินนอกประเทศอยู่ 40% ในช่วงปี 2523 - 2533 แต่ปัจจุบันสัดส่วนดังกล่าวลดลงเหลือ 16% ขณะที่สัดส่วนการบินในประเทศ ลดลงมาใกล้เคียงกับเวอร์จิน ออสเตรเลีย จากที่มีอยูู่ 65% เมื่อ 5 ปีที่แล้ว
ทั้งนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แควนตัสบรรลุข้อตกลงร่วมกับสายการบินเอมิเรตส์ ในการย้ายศูนย์กลางปฏิบัติการการบินยุโรป ที่เคยตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ไปอยู่ที่ดูไบแทน พร้อมกับยุติการเป็นพันธมิตรธุรกิจร่วมกับสายการบิน "บริติช แอร์เวย์ส" ที่มีมาเป็นเวลา 17 ปี
ด้านเว็บไซต์ข้อมูลอุตสาหกรรมการบิน "แอร์ไลน์ เรตติ้งส์" ระบุว่า ปัญหาของแควนตัสมาจากการถือกำเนิดของคู่เเข่งอย่างเวอร์จิน ออสเตรเลีย ที่มีต้นทุนค่าจ้างพนักงานต่ำกว่า และประสิทธิภาพการดำเนินงานสูงกว่า ทำการรุกเข้ามายังตลาดการบินระดับพรีเมียมภายในประเทศ ที่แควนตัสผูกขาดมานานเป็น 10 ปี ทั้งยังเพิ่มเติมว่า เวอร์จินมีสายการบินต่างชาติที่ประกอบด้วย แอร์นิวซีแลนด์ สิงคโปร์แอร์ไลน์ส และเอทิฮัดแอร์เวย์ส คอยสนับสนุนผ่านการถือหุ้นอยู่ แต่แควนตัส ไม่มีความสามารถในการดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ









