วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอกชนตัดปัจจัยการเมือง ลุยแผนธุรกิจปี'57

เอกชน เดินหน้าธุรกิจปี 2557 แผนเดิม ไม่นำปัจจัยการเมืองมาประเมินแผนธุรกิจระยะยาว เหตุเป็นเรื่องเหนือการควบคุม

นางชาตยา สุพรรณพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะบาร์บีคิวพลาซ่า จำกัด กล่าวว่า จนถึงปัจจุบัน บริษัทยังไม่ปรับแผนธุรกิจปี 2557 แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงทางด้านการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ แต่บริษัทไม่นำปัจจัยดังกล่าวมาอยู่ในแผนธุรกิจ เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อนำเข้ามารวมในแผนอาจทำให้เกิดความกังวลมากเกินไป

นอกจากนี้ ธุรกิจได้วางแผนระยะยาว เบื้องต้นมีแผนขยายสาขาให้ได้ 150 แห่ง ภายใน 3 ปีข้างหน้า หรือเฉลี่ยเปิดสาขาใหม่ราว 5-8 สาขาต่อปียังคงดำเนินการต่อเนื่อง

หันปรับปรุงภายในองค์กรลดต้นทุน

พร้อมกันนี้ บริษัทจะพัฒนาปรับปรุงภายในองค์กรให้ดี เตรียมตัวด้านสินค้าและบริการให้พร้อม เพื่อให้ต้นทุนดำเนินธุรกิจแข่งขันได้ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจใด และเมื่อผสานกับกิจกรรมการตลาดก็จะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการใช้จ่ายตามมา

ขณะที่ความท้าทายสำหรับธุรกิจปีหน้ามองว่า เป็นเรื่องของพฤติกรรม (ไลฟ์สไตล์) ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปต้องการหาความคุ้มค่า หาประสบการณ์จากแบรนด์สินค้าและบริการมากขึ้น

"แผนธุรกิจปี 2557 ก็ยังดำเนินการตามที่วางไว้ แต่จะสปีดหรือเชิงรุกเหมือนกับปีนี้หรือไม่ ยังต้องรอดูสถานการณ์ต่างๆ โดยปี 2556 ถือเป็นปีที่บริษัททำกิจกรรมเยอะมาก เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้ธุรกิจร้านอาหารประเภทปิ้งย่าง โดยยอดขายเติบโตดีในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ส่วนกิจกรรมการตลาดปีหน้าจะยังคงคอนเซ็ปต์สร้างกิจกรรมการตลาดและผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ปรับให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก"

นายภาคี ประจักษ์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท หอแว่นกรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า บริษัทยังไม่ปรับแผนการดำเนินธุรกิจปีหน้า แม้สถานการณ์ทางเมืองอาจอยู่ช่วงสุญญากาศ หลังรัฐบาลประกาศยุบสภา ซึ่งบริษัทไม่กังวลแต่อย่างใด

แต่สิ่งที่กังวลคือความ “ชัดเจน” ทางการเมืองมากกว่าว่าจะมีเลือกตั้ง หรือจะจัดตั้งสภาประชาชนขึ้น ซึ่งหากสถานการณ์ทุกอย่างนิ่งโดยเร็ว เชื่อว่าความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง จะฟื้นตัวกลับมาภายในเดือนม.ค.2557

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่บริษัทต้องดำเนินการปีหน้าคือการปรับปรุงองค์กร รวมทั้งสาขาของร้านหอแว่น (Better vision)ให้ดีขึ้น ตลอดจนการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรให้เชี่ยวชาญในการบริการวัดสายตาแก่ลูกค้าอย่างเข้มข้น เพื่อให้ผลลัพธ์ทางธุรกิจเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

หอแว่นชะลอขยายสาขาปีหน้า

ส่วนงบการตลาดยังคงใช้ใกล้เคียงกับปีนี้ที่หลักสิบล้านบาท ด้านการขยายสาขาปีหน้าบริษัทยังคงชะลอต่อเนื่อง ซึ่งไม่ได้เป็นผลจากการเมือง แต่เพราะปริมาณร้านอยู่ในภาวะล้นตลาด (โอเวอร์ซัพพลาย) และบริษัทไม่มีแผนการนำเข้าแบรนด์ใหม่เพิ่ม ขณะที่ค่าเงินบาทเริ่มอ่อนตัวมากขึ้น อาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าเพิ่มขึ้นหรือลดลงราว 5% แต่ไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากนัก

ส่วนภาพรวมธุรกิจปีนี้ยอดขายเติบโตในอัตรา 1 หลัก ซึ่งถือว่าต่ำมากนับจากช่วงวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551-2552 จากเดิมทั้งปีบริษัทคาดว่าจะเติบโตราว 12% ขณะที่ปีก่อนหน้าเป็นปีที่ยอดขายเติบโตสูงมากถึง 20%

ด้านภาพรวมตลาดแว่นตาหรูมีมูลค่าราว 6,000-7,000 ล้านบาท เติบโต 1 หลักเช่นกัน จากปกติตลาดเติบโตราว 10% ส่วนแนวโน้มตลาดปี 2557 คาดว่าไตรมาส 1 จะฟื้นตัวได้ หากการเมืองนิ่ง ประกอบกับช่วงดังกล่าวเป็นไฮซีซั่ของตลาดแว่นตา

โออิชิขอรอดูอารมณ์จับจ่ายใกล้ปีใหม่

นายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมืองมากนัก แต่ต้องรอติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่จะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญว่าผู้บริโภคจะออกมาจับจ่ายใช้สอยอยู่หรือไม่ แต่มองว่าการเมืองครั้งนี้จะไม่รุนแรง ซึ่งแตกต่างจากการชุมนุมครั้งอื่นๆ ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ต้องติดตามการเจรจาของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าจะจบอย่างไร จึงจะมีความชัดเจนมากขึ้น

สำหรับการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ตามนโยบายภาครัฐในปัจจุบันที่ยังไม่สามารถดำเนินต่อไปได้นั้น มองว่ายังคงมีปัจจัยอื่นๆ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศแทนโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกระแสของการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ปลายปี 2558

ทั้งนี้ บริษัทยังไม่เตรียมแผนรองรับโดยเฉพาะหากการเมืองยืดเยื้อ เพราะมองว่าจะไม่เกิดความรุนแรง แต่มีนโยบายการดำเนินงานเพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ สู่การลงทุนต่างประเทศ ซึ่งเป็นแผนระยะยาวที่วางไว้ก่อนหน้านี้

ปีหน้า บริษัทเตรียมเปิดสาขาที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า และตั้งเป้าหมายขยายสาขาต่างประเทศ รวม 5 สาขา ซึ่งมองว่าการเมืองของพม่าเริ่มมีเสถียรภาพ ประเทศเริ่มพัฒนาและเปิดกว้างต่อการทำธุรกิจมากขึ้น

เอ็น.ซี.ซี.รุกเจราจาธุรกิจลูกค้า

น.ส.บุษยา ประกอบทอง รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (นีโอ) กล่าวถึงปัจจัยการเมืองต่อธุรกิจอีเว้นท์ ว่า ได้รับผลกระทบบ้างแต่ไม่มากนัก เพราะผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานจัดแสดงสินค้า หรืออีเว้นท์ส่วนใหญ่ มีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยและมองว่าสถานการณ์โดยรวมยังไม่ถึงขั้นรุนแรง

สำหรับแนวทางการปรับตัวของทางธุรกิจ มีแนวโน้มจัดงานเอ็กซิบิชั่นในรูปแบบการเจรจาธุรกิจลูกค้า หรือบีทูบีมากขึ้น เพื่อให้เป็นงานระดับสากลและรองรับผู้ประกอบการต่างชาติจากการเข้าสู่เออีซีในอนาคต โดยปัจจุบันมีสัดส่วน งานเทรดสินค้าอุปโภคบริโภคภายในประเทศ หรือบีทูซี 80% และบีทูบี 20% รวมถึงเตรียมแผนรับมือ เช่น การจัดโรดโชว์ประชาสัมพันธ์ และเจรจาร่วมกับสมาคมหรือหน่วยงานหอการค้า ตลอดจนให้ข้อมูล ข่าวสารและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการ