คมนาคมเดินหน้าประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียว "สะพานใหม่-คูคต" วงเงิน 3.8 หมื่นล้านบาท แม้รัฐบาลยุบสภา เหตุครม.อนุมัติแล้ว สนข. ชี้โครงการปี 2557
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาว่าจะนำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายหรือไม่
การดำเนินโครงการภายใต้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ หากไม่ดำเนินการตามแผนจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทันที
"โครงการที่บรรจุในร่างพรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่ได้เป็นโครงการใหม่ แต่เป็นโครงการที่ศึกษามาอย่างต่อเนื่องและอยู่ในแผนแม่บทของประเทศ บางโครงการทำมาหลายปีแล้ว แต่นำมาบรรจุในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง"
นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า โครงการภายใต้พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทที่เดินหน้าต่อไปได้ในขณะนี้คือ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 18.7 กิโลเมตร วงเงิน 38,165 ล้านบาท เพราะได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ดำเนินการแล้ว การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จึงประกวดราคาคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างงานโยธาได้
ส่วนโครงการภายใต้ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากการยุบสภา จะเป็นโครงการที่ต้องดำเนินการในปี 2557 วงเงินรวมประมาณ 8 หมื่นล้านบาท แต่หากรัฐบาลชุดใหม่เห็นว่าจำเป็น สามารถเสนอให้จัดงบกลางมาดำเนินการได้
ขณะที่โครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทางขึ้นกับรัฐบาลชุดใหม่จะดำเนินการอย่างไร ส่วน สนข.ยังคงเดินหน้าศึกษารายละเอียดและผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ครบทั้ง 4 เส้นทาง เพราะใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีศึกษา ส่วนจะก่อสร้างหรือไม่ขึ้นกับการตัดสินใจของรัฐบาลชุดใหม่
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเดินหน้าโครงการภายใต้ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทต่อไป เพราะเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศจึงจำเป็นต้องดำเนินการ แต่การใช้เงินลงทุนจากแหล่งใดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากไม่เดินหน้าต่อไปจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเสียโอกาสดึงนักลงทุนเข้าประเทศ ซึ่งนักลงทุนจะหันไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านที่มีความพร้อมมากกว่า
ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะตั้งข้อสังเกตเรื่องวิธีการใช้เงิน แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นโครงการที่ไม่ควรดำเนินการ ยกเว้นโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งบางส่วนเห็นว่าเร็วเกินไปที่จะลงทุนในขณะนี้
นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี อยู่ระหว่างปรับรูปแบบการประกวดราคา เพราะจะใช้รถไฟฟ้าขนาดเบา (Monorail) ซึ่งมีความหลากหลายของโครงสร้าง จึงต้องประกวดราคาระบบรถไฟฟ้าก่อน หลังจากนั้นจึงออกแบบงานโยธาให้รองรับระบบรถไฟฟ้า และเปิดประกวดราคางานโยธาต่อไป ต่างจากระบบรถไฟฟ้าขนาดหนัก (Heavy rail) ที่ออกแบบงานโยธาได้ก่อน เพราะใช้รางขนาดมาตรฐาน







