ปี 2557 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมโทรทัศน์จากอนาล็อกสู่ดิจิทัลในรอบ 60 ปี
การเปลี่ยนแปลงในด้านเทคโนโลยีที่กำลังจะเกิดขึ้นจากการ ออนแอร์ ทีวีดิจิทัล ประเภทบริการธุรกิจ 24 ช่องในราวเดือน มี.ค.-เม.ย.ปีหน้า คือรูปแบบการรับชมในระบบ High Definition หรือ เอชดี จากการให้บริการของช่องวาไรตี้
เอชดี ที่มีจำนวน 7 ช่อง
ส่งผลให้ฟาก ฮาร์ดแวร์ ทั้งกล่องรับสัญญาณ (set top box) และจอโทรทัศน์ระบบดิจิทัล บิวท์อิน DVB-T2 อุปกรณ์รับชมช่องทีวีดิจิทัล ก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนจากเทคโนโลยีใหม่ในปีหน้าเช่นกัน
สำนักงาน กสทช.ระบุว่าปัจจุบันมีผู้ประกอบการจอทีวีระบบดิจิทัล ได้รับอนุญาตจัดจำหน่าย 68 รุ่น จาก 8 บริษัท ขณะนี้มีสินค้าจัดจำหน่ายแล้วจำนวน 2 แสนเครื่อง ส่วนกล่องรับสัญญาณ มีผู้ประกอบการได้รับอนุญาตจัดจำหน่ายแล้ว 18 รุ่น จำนวน 8 บริษัท มีสินค้าจำหน่ายแล้วกว่า 5 แสนกล่อง
ประเมินว่าถึงสิ้นปีนี้จะมีผู้ประกอบการนำเข้าจอทีวีระบบดิจิทัลมาจัดจำหน่ายจำนวน 5 แสนเครื่อง และกล่องรับสัญญาณ 1 ล้านกล่อง
นิรันดร์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโฟแซท อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตจานดาวเทียมและกล่องรับสัญญาณดาวเทียม "อินโฟแซท" กล่าวว่าปัจจัยขับเคลื่อนตลาดกล่องรับสัญญาณในปี 2557 คือเทคโนโลยีทั้งจากการส่งสัญญาณ"ทีวีดิจิทัล" และระบบเอชดี
จากนโยบาย กสทช.ที่กำหนดให้ช่องทีวีดิจิทัล จะต้องมีการแพร่ภาพเป็นการทั่วไปในทุกแพลตฟอร์ม ตามหลักเกณฑ์ Must Carry ดังนั้นกล่องรับสัญญาณดาวเทียมปัจจุบันที่อยู่ในครัวเรือนทั่วประเทศกว่า 60% สามารถรับชมช่องทีวี
ดิจิทัลได้เช่นกัน ขณะที่ยังสามารถรับชมช่องทีวีดาวเทียมได้อีกกว่า 200 ช่อง กล่องรับสัญญาณดาวเทียมจึงกลายเป็นอีก "ตัวเลือก" ของครัวเรือนไทยที่ต้องการรับชมทีวีดาวเทียม
"เทคโนโลยีที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในปีหน้า คือการส่งสัญญาณระบบเอชดีของทีวีดิจิทัลและช่องดาวเทียม จะเป็นแรงกระตุ้นตลาดกล่อง ทั้งกล่องรุ่นเก่าเปลี่ยนเป็นเอชดี และกลุ่มลูกค้าใหม่" นิรันดร์กล่าว
ขณะที่กล่องดิจิทัลที2 สำหรับการรับชมเฉพาะช่องทีวีดิจิทัล จะได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภคเช่นกัน เนื่องจากได้แรงกระตุ้นจากการแจกคูปองส่วนลดของ กสทช. ครัวเรือนละ 690 บาท โดยตลาดหลักจะอยู่ในกลุ่มครัวเรือนไทยที่นับชมผ่านเสาก้างปลาในปัจจุบัน
พบว่ามีผู้ประกอบการกว่า 30 รายเตรียมผลิตและนำเข้ากล่องดิจิทัลที2 มาทำตลาดในปีหน้า คาดราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 900-1,500 บาท ตามฟังก์ชั่นการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ส่วนผู้ประกอบการกล่องรับสัญญาณดาวเทียมในปัจจุบันทุกรายจะเปิดตัวสินค้าใหม่กล่องเอชดีเข้ามาทำตลาดรองรับนวัตกรรมใหม่ โดยราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 1,700-2,000 บาท
จากปัจจัยการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ดังกล่าว ประเมินว่าปีหน้าตลาดกล่องรับสัญญาณทุกประเภทจะมียอดขายสูงถึง 5 ล้านกล่อง คาดว่าในจำนวนดังกล่าวสัดส่วน 60% จะเป็นผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าซ้ำเพื่อทดแทนกล่องรุ่นเก่า
ในปีหน้าอินโฟแซท วางเป้าหมายทำตลาดกล่องทั้งประเภทกล่องดาวเทียมระบบเอชดี ที่วางราคาขายปลีก 1,500 บาท วางเป้าหมาย 5 แสนกล่อง และกล่องดิจิทัลที2 ที่ราคา 1,200 บาท เล็งยอดขาย 1 แสนกล่อง
ทางด้าน ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มงานแพลตฟอร์ม บริษัทจีเอ็มเอ็ม แซท เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดหน่ายกล่อง "จีเอ็มเอ็ม แซท" กล่าวว่าปัจจุบันมียอดขายรวม 2.3 ล้านกล่อง คาดปี 2557 ซึ่งจะมีจุดเปลี่ยนอุตสาหกรรมโทรทัศน์ด้วยการส่งสัญญาณทีวีดิจิทัล ถือเป็นโอกาสในการทำตลาดกล่องจีเอ็มเอ็มแซทเพิ่มเติมในการเป็นตัวเลือกซื้อกล่องเพื่อรับชมช่องทีวีดิจิทัล รวมทั้งทีวีดาวเทียมกว่า 200 ช่อง และช่องฟรีทูบ็อกซ์ ที่รับชมฟรีจากกล่องจีเอ็มเอ็มแซท เช่น ช่องรายการจากจีทีเอช จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ รวม 10ช่อง
ปีหน้าบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายกล่องเพิ่มอีก 1 ล้านกล่อง เน้นทำตลาดรุ่นเอชดี เพื่อรองรับแนวโน้มอุตสาหกรรมทีวีเปลี่ยนจากมาตรฐานปกติสู่เอชดี เมื่อรวมยอดขายสะสมในตลาดจะอยู่ที่ 3.3 ล้านกล่อง ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์ม
กล่องที่มีฐานขนาดใหญ่ ซึ่งมีเป้าหมายต่อยอดสู่ธุรกิจเพย์ทีวีในปีหน้า
เช่นเดียวกับ วรสิทธิ์ ลีลาบูรณพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณ "พีเอสไอ" กล่าวว่าจากกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมทีวีในปีหน้า ประกอบกับไตรมาสสุดท้ายของทุกปีเป็นช่วงฤดูการขายสินค้า รวมทั้งการเปิดตัวกล่องรุ่นใหม่ โอทู ดิจิทัล ระบบเอชดี ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดขายกล่องพีเอสไอระบบเอชดี ในไตรมาสสี่ อยู่ที่เดือนละ 3.8 แสนกล่อง สูงกว่ายอดขายปกติที่เดือนละ 2.5 แสนกล่อง รวมทั้งช่วงครึ่งปีแรกที่เดือนละ 1 แสนกล่อง เนื่องจากผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้า รอดูนโยบายการส่งสัญญาณช่องทีวีดิจิทัล ว่าสามารถรับชมผ่านกล่องทีวีดาวเทียมได้หรือไม่
ในช่วงเปิดตัวกล่องรุ่นเอชดีได้จัดแคมเปญพิเศษถึงวันที่ 15 ธ.ค.นี้ นำ"กล่องเก่าแลกกล่องใหม่" รุ่นเอชดีในราคา 1,690 บาท จากปกติราคา 2,550 ล้านบาท คาดทำยอดขาย 2 แสนกล่อง โดยสิ้นปีนี้คาดทำยอดขายรวม 2 ล้านกล่อง
ทิศทางการทำตลาดกล่องพีเอสไอในปีหน้าจะมุ่งสู่เทคโนโลยี"เอชดี"









