วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เซิร์ช'ผุดสำนักข่าว'ท็อปนิวส์'ป้อน20ช่องทีวีดาวเทียม

จากการเติบโตของกลุ่มทีวีดาวเทียม ช่องเคเบิลทีวี ไอพีทีวี และการมาถึงของทีวีดิจิทัล

ล้วนเป็นโอกาสของผู้ประกอบการคอนเทนท์ที่มีช่องทางออกอากาศมากขึ้นในยุค "ทีวี" 500 ช่องจากทุกแพลตฟอร์ม

วิบูลย์ ลีรัตนขจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กล่าวว่ากลุ่มเซิร์ชในฐานะคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ เห็นแนวโน้มการขยายตัวธุรกิจคอนเทนท์ในรูปแบบ Multi Channel ท่ามกลางการให้บริการ
แพลตฟอร์มสื่อในยุคดิจิทัล ทั้งสื่อออนไลน์ในรูปแบบไอพีทีวี การรับชมทีวีผ่านสมาร์ทดีไวซ์ และการจัดสรรคลื่นความถี่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ที่เตรียมออนแอร์ในไตรมาสแรกปีหน้า

ด้วยประสบการณ์การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ "ครอบครัวข่าว" ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ผ่านรายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้" ซึ่งก้าวสู่ปีที่ 9 ในปี 2557

ดังนั้นบริษัทจึงร่วมกับกลุ่มบุคคลในแวดวงสื่อ จัดตั้งบริษัทวีเอวี จำกัด เพื่อบริหาร "สำนักข่าวต้นชั่วโมงท็อปนิวส์" (Top News) ซึ่งมีที่มาจาก Top of the hour news พร้อมเปิดตัวให้บริการทดลองออกอากาศในเดือน ม.ค. 2557 และออกอากาศจริงในเดือนมี.ค.

แนวคิดการจัดตั้งสำนักข่าวเพื่อผลิตข่าวต้นชั่วโมงป้อนช่องทีวี มาจากการผลิตข่าวต้นชั่วโมงของสำนักข่าวต่างๆ ที่ออกอากาศในรายการวิทยุปัจจุบัน ซึ่งมองว่าด้วยความหลากหลายของแพลตฟอร์มรับชมทีวีในขณะนี้ สามารถจัดตั้งสำนักข่าวเพื่อผลิตข่าวป้อนทีวีช่องต่างๆ ได้เช่นกัน

สอดรับกับทิศทางการบริหารคอนเทนท์ในรูปแบบ One Content Multi Channel

ขณะที่ช่องทีวีต่างๆ ซึ่งมีจำนวนมากในปัจจุบัน บางส่วนไม่มีความถนัดในการผลิตรายการข่าว จะมีคอนเทนท์ข่าวมานำเสนอในช่องรายการ เพื่ออัพเดทสถานการณ์ให้กลุ่มผู้ชมในช่องรายการนั้น อีกทั้งยังช่วยช่องทีวี ประหยัดต้นทุนด้านการผลิตคอนเทนท์ข่าวเอง

สำหรับเฟสแรกของสำนักข่าวต้นชั่วโมงท็อปนิวส์ วางแผนนำเสนอข่าวต้นชั่วโมงรวม 9 ช่วง ตั้งแต่ 10.00-18.00 น. ช่วงละ 5 นาที คอนเซปต์เกาะติดกระแสความสนใจผู้ชมและเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในรอบชั่วโมงนั้นๆ ขณะนี้ช่วงเย็นจะเป็นการสรุปข่าวเศรษฐกิจรอบวัน โดย บัญชา ชุมชัยเวทย์

จุดเด่นของท็อปนิวส์ เป็นแหล่งรวม ผู้ประกาศข่าว จากหลายหลายช่องทีวี ทั้งจากช่อง3 ไม่ว่าจะเป็น กรุณา บัวคำศรี ,บัญชา ชุมชัยเวทย์,วราภรณ์ สมพงษ์ เป็นต้น รวมทั้งผู้ประกาศข่าวจากสื่ออื่นๆ เช่น เขมสรณ์ หนูขาว จากช่อง5
ทั้งนี้ เพื่อเปิดกว้างด้าน "มิติความหลากหลาย" ของกลุ่มผู้ประกาศจากหลายสถานีผ่านหน้าจอท็อปนิวส์ สะท้อนความร่วมมือของผู้ประกอบการแวดวงสื่อและความเป็นกลางในการนำเสนอคอนเทนท์

อีกไฮไลต์ของสำนักข่าวท็อปนิวส์ คือการทำงานร่วมกับ ไร่ส้ม โดย สรยุทธ สุทัศนะจินดาจะร่วมผลิตข่าวใน 2 ช่วง คือข่าวต้นชั่วโมง 10.00 น. และ 11.00 น. โดยจะมีทีมผู้ประกาศอย่าง พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ และกฤติกา ขอไพบูลย์ มาเสริมทัพ

รูปแบบการนำเสนอของสำนักข่าวท็อปนิวส์ ร่วมมือกับช่องเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมกลุ่มแรก 20 ช่อง เพื่อนำข่าวต้นชั่วโมงของท็อปนิวส์ไปออกอากาศ เช่น ช่องรายการของสยามกีฬา 3 ช่อง ,สปีดแชนแนล , เอชพลัส แชนแนล , เวทีไท ,ทีวีพูล ,สาระแน โชว์ ,แอ็คส์ แชนแนล คาดว่าภายในสิ้นปี 2557 จะมีช่องทีวีพันธมิตรรวม 30 ช่อง

บริการท็อปนิวส์ช่วงแรก เป็นการส่งสัญญาณฟรีทูแอร์ในกลุ่มพันธมิตร ช่องทีวีต่างๆ เพื่อนำข่าวของท็อปนิวส์ไปออกอากาศฟรี โดยใช้รูปแบบแบ่งสัดส่วนรายได้จากการขายโฆษณาระหว่างช่องและท็อปนิวส์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความสนใจจากสินค้าและมีเดียเอเยนซี่ เนื่องจากมีฐานผู้ชมจำนวนมากจากช่องทีวีพันธมิตรที่นำข่าวต้นชั่วโมงไปออกอากาศ

โดยรูปแบบการออกอากาศของทีวีแต่ละช่อง ไม่จำเป็นต้องออกอากาศในเวลาเดียวกันทั้งหมด เพราะนำเสนอรายการต่างกัน เช่น ช่องภาพยนตร์ ช่องกีฬา ซึ่งต้องรอให้ออกอากาศรายการหลักจบก่อน จึงจะนำเข้าสู่รายการข่าวแต่ละช่วงเวลา แต่เป็นเวลาที่ใกล้เคียงกัน

"มองว่าช่องทีวีในแพลตฟอร์มต่างๆ เป็น นิช มาร์เก็ต ต่างจากฟรีทีวี ผู้ชมจึงสามารถเลือกรับชมคอนเทนท์ที่ต้องการในเวลาที่เหมาะสมของแต่ละกลุ่ม"

แม้ช่วงแรกการหารายได้จะเป็นการแบ่งรายได้โฆษณาร่วมกัน เพราะต้องการสร้างแบรนด์สำนักข่าวท็อปนิวส์ ให้เป็นที่รู้จักในอุตสาหกรรมทีวีก่อน แต่เป้าหมายในระยะยาวคือการขายคอนเทนท์ข่าวให้กับช่องทีวีในแพลตฟอร์มต่างๆ ที่สนใจ ซึ่งจะเป็นรายได้ที่มั่นคงให้ท็อปนิวส์และมีโอกาสเติบโตจากจำนวนช่องทีวี ที่มีจำนวนมากในทุกแพลตฟอร์มการรับชมในยุคดิจิทัล

"เมื่อแบรนด์ท็อปนิวส์ เป็นที่รู้จักและนำเสนอข่าวได้น่าสนใจ เชื่อว่าช่องทีวีที่ซื้อคอนเทนท์ สามารถหารายได้จากการขายโฆษณาในช่องรายการได้เอง"

การลงทุนสำนักข่าวท็อปนิวส์ปีแรกใช้งบประมาณ 50 ล้านบาท สำหรับการสร้างสตูดิโอใหม่และการผลิตรายการ คาดว่าจะคุ้มทุนภายใน 2 ปี โดยมองโอกาสการป้อนคอนเทนท์ให้ทุกช่องทางที่เป็นหน้าจอทีวี และแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่เข้าถึงกลุ่มผู้ชม

เพื่อตอบโจทย์ One Content All Platform ในยุคนี้