วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 9-13 ธันวาคม 2556

เงินบาทแข็งค่าหลังนายกรัฐมนตรียุบสภาฯ ขณะที่ หุ้นไทยปรับลดลง ท่ามกลางความกังวลต่อโอกาสการปรับลดขนาด QE ของเฟด

ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้

อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น

อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธและมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงวันหยุด ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.15% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.25% ทรงตัวเช่นกันจากสัปดาห์ก่อน

ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 16-20 ธ.ค. 2556 ธนาคารพาณิชย์คงจะมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ ขณะเดียวกัน มีการตัดจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของไทยคาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 2.25%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.52% ในวันศุกร์ ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยทรงตัวเกือบตลอดทั้งสัปดาห์ โดยปรับลดลงเล็กน้อยในวันพุธ จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ จากนั้นอัตราผลตอบแทนปรับขึ้นอีกครั้งในวันพฤหัสบดี และทรงตัวจนถึงสิ้นสัปดาห์ โดยมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางความกังวลต่อการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ของเฟด

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.87% ในวันพฤหัสบดี ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ จากการซื้อพันธบัตรของเฟดและแรงซื้อจากนักลงทุน ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ หลังข้อมูลยอดค้าปลีกออกมาแกร่ง กอปรกับมุมมองเชิงบวกที่ภาคการเมืองบรรลุข้อตกลงด้านงบประมาณ อันช่วยให้สหรัฐฯ สามารถหลีกเลี่ยงการปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาลกลางได้

ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินบาท (Onshore)

เงินบาทแข็งค่าขึ้น หลังนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาในช่วงต้นสัปดาห์ ประกอบกับการแข็งค่าของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค และการขยับขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกในช่วงกลางสัปดาห์ ก็หนุนให้มีแรงซื้อคืนเงินบาท (ขายดอลลาร์ฯ) ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาททรงตัวอยู่ในกรอบแคบๆ ในช่วงท้ายสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอความชัดเจนของสถานการณ์การเมืองในประเทศ และสัญญาณที่อาจสะท้อนแนวโน้มของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของสหรัฐฯ จากการประชุม FOMC วันที่ 17-18 ธ.ค.

ในวันศุกร์ (13 ธ.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.05 เทียบกับระดับ 32.32 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (6 ธ.ค.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (16-20 ธ.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.90-32.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ ทิศทางมาตรการ QE จากผลการประชุม FOMC (17-18 ธ.ค.) ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนธ.ค. ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดขายบ้านมือสอง ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจและการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนต.ค. จีดีพีประจำไตรมาส 3/2556 (ประกาศครั้งสุดท้าย) ตลอดจนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ

เงินยูโรแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เงินยูโรทยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงิน ประกอบกับมีสัญญาณความคืบหน้าในการหาข้อตกลงเพื่อจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลภาคธนาคารในยูโรโซน อย่างไรก็ดี เงินยูโรลดช่วงบวกลงเล็กน้อยในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางการเพิ่มการคาดการณ์ของตลาดเกี่ยวกับการชะลอมาตรการ QE ของเฟดในการประชุมเดือนธ.ค. นอกจากนี้ ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนที่หดตัวลงมากในเดือนต.ค. ก็เป็นปัจจัยลบต่อเงินยูโรด้วยเช่นกัน

เงินเยนปรับตัวผันผวน ก่อนจะกลับมาอ่อนค่าท้ายสัปดาห์ โดยเงินเยนแข็งค่าขึ้นในช่วงแรก ท่ามกลางแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงท่ามกลางความกังวลต่อความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ภายใต้มาตรการ QE ของเฟดลงในระยะอันใกล้ อย่างไรก็ดี เงินเยนล้างช่วงบวกทั้งหมด และกลับมาอ่อนค่าลงในช่วงท้ายสัปดาห์ เนื่องจากข้อมูลยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ที่ดีเกินคาด และความคืบหน้าในการหาข้อสรุปด้านงบประมาณของสหรัฐฯ หนุนให้เงินดอลลาร์ฯ ปรับตัวแข็งค่าขึ้น

ในวันศุกร์ (13 ธ.ค.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3719 เทียบกับ 1.3703 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (6 ธ.ค.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 103.54 เทียบกับ 102.90 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า

ตลาดทุน

ตลาดหุ้นไทย

ดัชนี SET ปรับลดลง จากความกังวลต่อการปรับลดขนาด QE ของเฟด โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,341.13 จุด ลดลง 1.50% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 21.19% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 27,284.01 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อย และ นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 368.18 จุด ลดลง 1.07% จากสัปดาห์ก่อน

ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ หลังนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา และปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในวันพุธ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อของกองทุนในประเทศ ก่อนที่จะปรับลดลงในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางแรงขายนักลงทุนต่างชาติ โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลต่อความเป็นไปได้ในการปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของเฟด ที่อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาด

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 16-20 ธ.ค. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนียังคงผันผวน โดยมีโอกาสปรับลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ โดยต้องติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย และการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ว่าจะมีการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์หรือไม่ สำหรับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคาผู้บริโภค เครื่องชี้ที่อยู่อาศัยและจีดีพี ไตรมาส 3/2556 (Final Est.) ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,300 และ 1,288 ขณะที่ แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,363 และ 1,373 ตามลำดับ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ดัชนี DJIA ปรับลดลง จากคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ลงในสัปดาห์หน้า โดยเมื่อวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 15,739.43 จุด ลดลง 1.75% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันจันทร์ ก่อนที่จะปรับลดต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยมีสาเหตุหลักมาจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง รวมทั้งมุมมองเชิงบวกต่อการผ่านร่างงบประมาณ ซึ่งสร้างความกังวลต่อโอกาสที่เฟดอาจจะปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ลง ในการประชุมที่จะเกิดขึ้นสัปดาห์หน้า

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ดัชนี Nikkei ปรับเพิ่มขึ้น จากเงินเยนที่อ่อนค่า โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 15,043.11 จุด เพิ่มขึ้น 0.67% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินเยน ก่อนที่จะปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงกลางสัปดาห์ จากแรงขายของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ท่ามกลางความกังวลต่อการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ของเฟดที่อาจเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ดี ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้งในวันศุกร์ โดยมีแรงซื้อกลับจากนักลงทุน หลังเงินเยนยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง